สวัสดีค่ะ
เรื่องการลาออกนี่ มีประสบการณ์กับตัวเองเต็มๆ 2 ครั้งเลยค่ะ ขอเล่าหน่อยค่ะ
ครั้งแรก ลาออกไปเรียนต่อ ไปทั้งครอบครัว พาลูกไปเรียนด้วย ทางโรงเรียนลูกบอกว่า ออกแล้ว กลับมาไม่ได้ คือร.ร.เซ็นต์คาเบรียล กลับไปนอนคิด 2 คืน แล้วกลับไปบอกท่านอธิการว่า...ขอจ่ายค่าเทอมล่วงหน้า 2 ปี หมายเลขประจำตัวของเด็กยังอยู่ เดี๋ยวกลับมา จะขอเข้ามาใหม่ สรุป แก้ปัญหาได้
และเป็นตัวอย่าง ให้พ่อแม่รุ่นหลังๆอีกด้วย เลยทำแบบนี้กันอีกเยอะ ส่วนตัวเอง ลาออกชั่วคราว ได้กลับเข้าไปใหม่ เหมือนเดิมทุกประการ เรื่องนี้ ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจาก อยากเรียนต่อค่ะ ยังสนุกกับงานมากๆ
อีก 4 ปีต่อมา ก็ยังสนุกกับงานเหมือนเดิม ก้าวหน้าดี ทุกอย่างดีหมด แต่ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร อยากเป็นตัวของตัวเองเต็มร้อย และพอดีได้แรงหนุนจาก ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ว่า กิจการที่กำลังลงทุนทำนี่ ต้องไม่ใช่ week- end manager มิฉะนั้น ก็อย่าทำเลย ทุกอย่างจะเสียเปล่า ก็เลยตัดสินใจออกมา ยื่นใบลาออกล่วงหน้า 3 เดือน
นี่คือCross road ของตัวเองค่ะ คนเราไม่ควรลาออกเพราะ เบื่อ หรือน้อยใจ ใจเสาะ หรือจาก อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว มากกว่าเหตุผลที่เป็นหลักการ หรือฟังขึ้นหน่อย
แต่ขอนอกประเด็นนิดหน่อยค่ะ ทุกอย่างเป็นเหรียญ 2 ด้าน
สำหรับในด้านของผู้บริหารหรือองค์กร อัตราการลาออก มีส่วนสัมพันธ์กับขวัญและกำลังใจของบุคลากรมาก ในองค์กรที่มีอัตราการขาดลาออกต่ำ บุคลากรจะมีขวัญและกำลังใจดี ส่วนองค์กรที่มีอัตราการลาออกสูง จะมีขวัญและกำลังใจที่ไม่ดีค่ะ