ผมได้ดำเนินโครงการวิจัยต่อไปโดยหลังจากที่พบภาวะขาดโปรตีนแล้ว โดยการให้เด็กทั้งหมดได้รับประทานไข่เป็นอาหารเสริมไปจากอาหารกลางวันปกติที่โรงเรียนจัดให้ โดยให้เด็กทุกคนไม่ว่าจะขาดโปรตีนหรือไม่ นอกจากนี้ยังได้ทดลองเปรียบเทียบระหว่างการให้รับประทาน 3 ฟอง และรับประทาน 10 ฟองต่อสัปดาห์ด้วย เพื่อเปรียบเทียบดูว่าการแก้ไขการขาดโปรตีนนั้น ต้องให้เด็กได้รับโปรตีนมากแค่ไหน

โครงการนี้ใช้เวลา 12 สัปดาห์โดยให้เด็กนักเรียนรับประทานเฉพาะเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประทานไข่จริง ๆ ส่วนวันหยุดเด็กจะได้รับประทานอาหารตามปกติ

ผลการศึกษาพบว่าอย่างไร

1. การใช้ไข่ 3 ฟองต่อสัปดาห์ก็เพียงพอกับการแก้ไขปัญหาขาดโปรตีนในเลือดได้ 100%

2. นอกจากนี้เด็กคนที่มีโปรตีนในเลือดปกติอยู่แล้ว เมื่อรับประทานไข่เสริมไปอีก ก็จะยิ่งทำให้ระดับโปรตีนในเลือดสูงขึ้นไปอีก ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากในวัยเด็กต้องการสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ตราบใดที่ครอบครัวมีความยากจน โอกาสในการรับประทานอาหารดี ๆ ก็น้อยลง

3. ส่วนไข่ที่ใช้เนื่องจากเป็นกลุ่มคนจำนวนมาก ดังนั้นผู้วิจัยจึงใช้เป็นไข่ต้ม แต่หากโรงเรียนใดจะนำโครงการนี้ไปใช้ก็อาจจะปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องยึดหลักว่าเด็กคนบริโภคไข่ไก่ทั้งฟอง เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

เด็กรับประทานไข่ไก่แล้วลดโคเลสเตอรอลได้

การรับประทานไข่ไก่นั้นทำให้เด็กส่วนใหญ่ที่มีระดับโคเลสเตอรอลในเลือดลดลง โดยเฉพาะเด็กกลุ่มที่มีระดับโคเลสเตอรอลในเลือดขั้นต้นมากกว่า 200 มก./ดล. ที่มีถึงร้อยละ 24 หลังจากจบโครงการพบว่าเหลือเพียงร้อยละ 7เท่านั้นที่ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดยังมากกว่า 200 มก./ดล. ซึ่งน่าจะมาจากการที่เด็กได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากขึ้น ทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายดีขึ้น ยังทำให้ระดับ เอช ดี แอล ซึ่งเป็นโคเลสเตอรอลที่มีประโยชน์มีค่าสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของผู้วิจัยในโครงการที่ผ่าน ๆ มา โดยหลังจากจบโครงการไม่ดีเด็กคนใดเลยที่มีระดับ เอช ดี แอลต่ำกว่า 35 มก./ดล. (ปกติไขมันตัวนี้ควรจะสูงเข้าไว้ถึงจะดี)

สรุปผลการศึกษา

การให้ไข่ไก่เพียง 3 ฟองต่อสัปดาห์ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์แก่ในเด็กชนบท เสริมไปกับมื้ออาหารสามารถแก้ไข และป้องกันปัญหาการขาดโปรตีนในเด็กเมื่อวัดจากชีวเคมี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า นอกจากนี้ยังอาจส่งผลดีต่อระดับโคเลสเตอรอลในเลือด