สวัสดีค่ะพี่โยคี
ความรู้สึกในการผ่านธรรมสังเวชนั้น ที่จริงโยคีน้อย เคยถามความหมายของคำนี้จากพี่โยคีครั้งหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่โยคีน้อยจะบอกนี้ ไม่ทราบว่าใช่หรือไม่อย่างไร ลองดูนะคะ
การที่ได้ฟัง ได้รับรู้กับสิ่งต่างๆในอินเดียนั้น แม้แต่เรื่องความเป็นอยู่ จนถึงการแตกดับ โยคีน้อยเองมีความรู้สึกว่า เหมือนการฟังนักเล่านิทาน ซึ่งแต่ละท่าน แต่ละคน จะพาไปตามเทคนิกของเขา เราอาจจะเศร้า ดีใจ หรืออะไรก็ตาม แล้วก็จบไป จำได้แต่เรื่องราวนั้นๆ และเมื่อจะนำมาถ่ายทอดต่อ ก็มักจะเอาอารมณ์ที่เราเข้าใจ ว่าเป็นอย่างนั้นๆ มาใส่เข้าไป นิทานเรื่องหนึ่งจึงมี จึงมีหลายอรรรถรส
แต่การได้มาเห็น มาประสบสิ่งต่างๆ ด้วยประสาทสัมผัสของตนเอง เช่นที่โยคีน้อยเล่าเรื่องการรักษาคนไข้ แล้วเมื่อได้สัมผัส จึงรู้ว่าเขาเจ็บป่วยจริง ทุกข์จริง แม้ใจจะเมตตาปราณีสักเท่าไร เมื่อพ้นมือเรา เขาก็ต้อง เป็นเช่นนั้นต่อไปอีก ตามแรงของกรรม การได้เห็นกองฟอน กองกระดูก ที่ถูกทอดทิ้งเดียวดาย และย่อยสลายไปในที่สุด(เปรียบเทียบแต่ละกอง) ความรู้สึกที่เป็นเขาเป็นเราหมดไปทันที ไม่เหลืออะไรอีกต่อไป รวมถึงเราด้วย แต่ใจมันกลับคิดทบทวนว่า พระพุทธเจ้าสอนให้ทำดี เป็นบุญติดตัวไป เราทำหรือยัง ใจจึงเหลือเพียงการคิดเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ติดตัวไป ทีละเวลาๆ
จิตมีอาการเหมือนก่อนนี้เราวิ่งหนีฝน เพราะกลัวหนาวจาก การเปียกฝน แต่บางครั้งเรายอมเปียก แล้วกลับมาอยู่กับตนเอง กับความอบอุ่นภายใน เราก็จะลืมหนาวภายนอก โดยไม่ต้องทน ไม่ต้องหนีค่ะ "ความอบอุ่น ในความหนาว"
เขียนวกวนไปหรือเปล่า อธิบายยาก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกันนะคะพี่โยคี