สวัสดีค่ะ
* ครูพรรณาได้พบนักศึกษาชาวอิสลามคนหนึ่งเมื่อ ๒ ปีก่อน...เขาเรียนเศรษฐศาสตร์ม. รามฯ....ขึ้นรถไฟนั่งใกล้กัน...เหตุที่ใกล้กันเพราะโบกี้ที่เขานั่งมีเขาเพียงคนเดียวอยู่ท้ายขบวน...ตอนเข้ามานั่งใหม่ ๆ ครูพรรณา ( หัวขบวน )...ก็ไม่ค่อยไว้วางใจ...แต่เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วสัก ๑๐ นาที...ครูพรรณา..ชวนคุยถามโน่นถามนี่.....ปรากฎว่าน้องน่ารักมาก...ตื่นเช้าขออนุญาตไปล้างหน้าล้างตาแล้วทำละหมาด....เขาขอพื้นที่จากผู้โดยสารที่นั่งคนเดียว.....ใกล้ถึงอุดรแล้ว...คนลงรายทางไปมากแล้ว...ครูพรรณา...เพิ่งเคยเห็นการละหมาดเป็นครั้งแรก....น้องทำได้น่าศรัทธาค่ะ...ก่อนจากกันครูพรรณา มอบขนมให้ ๑ ถุงไว้กินกลางทาง...เขาขอบคุณและดีใจมากที่พบกันและเป็นเพื่อนคุยกันตลอดคืน....สองข้างทางรถไฟคืนนั้เดือนสว่าง...มีผู้โดยสารไม่หลับไม่นอนอยู่ ๔ คน เป็นคนภาคกลาง ๒ คน คือครูพรรณากับพี่สาว..หนุ่มชาวอุดร อำเภอที่ออกห่างเมืองไปไกล ๆ ( เดินทางต่ออีกเกือบวันกว่าจะถึงบ้าน ) ๑ คน และหนุ่มอิสลามชาวปัตตานี ๑ คน
* สมัยเด็ก ๆ ครูพรรณาก้มีเพื่อนเป็นชาวอิสลามเหมือนกัน...สนิทมากด้วย...แต่เขาอยู่ที่พิจิตร...จนจะกลายเป็นไทยแล้วค่ะ
*ขณะนี้ที่โรงเรียนก็มีลูกจ้างชั่วคราวเป็นหญิงอิสลาม...แต่งงานกับคนไทย...เธอปฎบัติทั้ง ๒ ศาสนา...แนวคิดเธอดีมาก....หนูอยู่ที่ไหนก็ต้องพูดคุยกับคนในสังคม...ถ้ามีงานบุญในสังคมที่เราอยู่แล้วเราไม่ไปร่วมด้วย...คงต้องอยู่คนเดียวในโลกของศาสนาอื่นหรือ....หนูไม่เห็นด้วยหรอกค่ะ...