เข้ามาอีกรอบค่ะ เพราะเอาข่าวมาแปะให้

"ปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น" หมู่ที่ 8 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร คว้ารางวัลดีเด่นยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ประจำปี 2550 เพราะถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เป็นประโยชน์และก่อให้เกิดการเรียนรู้ในการฟื้นฟูนิเวศริมฝั่งควบคู่กับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

นายชาญวิทย์ วสยางร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกโครงการกิจกรรมดีเด่น ภายใต้แผนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ระดับจังหวัดประจำปี 2550 ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยดำเนินการคัดเลือกโครงการ/กิจกรรมดีเด่น เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อจังหวัดและชุมชน

จากการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ปรากฏว่า โครงการ "ปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น" หมู่ที่ 8 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ได้รับการคัดเลือกเป็นโครงการ/กิจกรรมดีเด่น เนื่องจากเป็นโครงการที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน และเป็นกระบวนการเรียนรู้ของคนในชุมชน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้การศึกษาระบบนิเวศทางธรรมชาติ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวมีความชัดเจนที่จะสร้างพื้นที่ป่าใหม่ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ป่าเดิมเพื่อสร้างแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ โดยการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น สามารถช่วยลดความรุนแรงของคลื่นและลดการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเล จึงนับว่าเป็นโครงการที่เหมาะสมกับรางวัลโครงการ/กิจกรรมดีเด่น ภายใต้ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ประจำปี 2550 ของจังหวัดสมุทรสาครค่ะ

จาก : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 28 กันยายน 2550

................................

บริษัทเสนอแก้บางขุนเทียนผิดวิธี นักวิชาการรุมค้านเชื่อไม่ได้ผล

รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนว่า ขณะนี้กทม.ได้ประชุมร่วมกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน เพื่อหาข้อสรุปการแก้ปัญหาชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการคัดค้านจากนักวิชาการว่าโครงการแก้ปัญหาของกทม.ใช้ไม่ได้ผล โดยนักวิชาการทั้งหมดยืนยันว่าลักษณะของคลื่นบริเวณชายฝั่งบางขุนเทียน เป็นคลื่นที่ซัดเข้าหาชายฝั่งในแนวตั้งฉาก ซึ่งขัดกับผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาของกทม.ที่ระบุคลื่นบริเวณบางขุนเทียนเป็นคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในแนวขนานหรือเฉียงเข้าหาชายฝั่ง ซึ่งข้อขัดแย้งดังกล่าวส่งผลกระทบถึงลักษณะของโครงการแก้ปัญหาที่บริษัทที่ปรึกษาที่เสนอให้ก่อสร้างรอดักทราย (Groin) รูปตัวทีตั้งขนานตลอดแนวชายฝั่งเพื่อชะลอแรงคลื่นที่ซัดเข้าชายฝั่ง และช่วยกักเก็บตะกอนไม่ให้ซัดออกนอกชายฝั่งเวลาที่คลื่นม้วนตัวออกจากฝั่ง ซึ่งอาจจะใช้ไม่ได้ผล

ทั้งนี้ เหตุที่รอดักทรายอาจจะใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากรอดักทรายเหมาะสำหรับลักษณะของชายหาด ที่มีคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในลักษณะเฉียงหรือขนานชายฝั่งเท่านั้น เพราะขารูปตัวทีจะสามารถกักเก็บตะกอนได้ แต่หากเป็นคลื่นซัดตั้งฉากกับชายฝั่งจะส่งผลให้ลักษณะการพัดพาตะกอนเป็นทิศทางตรงข้ามกับขารูปตัวที จึงอาจจะไม่ยาวเพียงพอที่จะกักเก็บตะกอน ซึ่งปัญหาทั้งหมดมาจากการตั้งสมมติฐานผิดของที่ปรึกษา จึงทำให้เกิดการศึกษาหรือเสนอโครงการที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้ได้ให้สำนักผังเมือง (สผม.) แจ้งข้อมูลให้ที่ปรึกษาเร่งปรับเปลี่ยนโครงการใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพราะล่าช้ามากแล้ว

รายงานข่าว เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตามนักวิชาการได้เสนอโครงการแก้ปัญหา 2-3 วิธี ประกอบด้วย

1.ไส้กรอกทราย (sand sausage) หรือถังใส่ทรายขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนไส้กรอกหรือหมอนข้างยักษ์ วางบนฟูกทรายขนานกับแนวชายฝั่ง

2.เขื่อนสลายกำลังคลื่นหรือขุนสมุทรจีน คือการปักเสาซีเมนต์รูปสามเหลี่ยม โดยปักเป็นแถวยาวขนานชายฝั่ง โดยปักเรียงแถวหน้ากระดานหนา 3 ชั้นและปักสลับแบบฟันปลา โดยเสาซีเมนต์สลับฟันปลาจะช่วยลดแรงคลื่นโดยการหักเหกำลังคลื่นลงได้ และ

3.การปักไม้ไผ่เป็นแนวเขื่อนริมชายฝั่ง โดยทุกโครงการได้ดำเนินการทดลองทำที่จ.สมุทรปราการและจ.สมุทรสาครมาแล้ว

จาก : แนวหน้า วันที่ 4 สิงหาคม 2550 ค่ะ ^ ^