สวัสดีค่ะคุณเม้ง

ขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงค่ะ

นอกจากกะซ้าแล้วยังมี .."กะยอ" เป็นศัพท์อีกคำหนึ่งที่เเกี่ยวข้องค่ะ

"กะยอ" หมายถึง น้ำที่เป็นโคลนถูกปั่นจากการไหลของกระแสน้ำ จนจับตัวกลายเป็นตะกอนตกลงไปนอนอยู่ที่ใต้ท้องน้ำ

บริเวณใต้น้ำใกล้ชายฝั่งของที่นี่ส่วนมากจะเป็นตะกอน "กะยอ" ทั้งนั้นค่ะ..

การทำแนวกันคลื่นจากภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ นำไม้ไผ่ปักในทะเลเป็นรูปสามเหลี่ยม เพื่อลดความรุนแรงของคลื่น และห่างจากจุดแรกเข้าใกล้ฝั่ง ก็จะทำกำแพงไม้ไผ่อีกแนวหนึ่งเพื่อเป็นแนวดักตะกอนนั้นได้ผลค่อนข้างดีเชียวค่ะ..

ตะกอนที่มากับคลื่นจะเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับป่าชายเลนที่ชาวบ้านปลูกไว้ ซึ่งมีผลงานทางวิชาการพิสูจน์ชัดเจนว่ารูปแบบการปักไม้เป็นรูปสามเหลี่ยมที่ชาวบ้านทำกันอยู่นั้น สามารถดักตะกอนที่มากับคลื่นได้ และป่าชายเลนช่วยกันการปะทะของคลื่นทะเลอย่างได้ผล 100% พิสูจน์ได้จากกรณีเหตุการณ์สึนามิ เพราะพื้นที่ที่มีป่าชายเลนเป็นแนวกันชนได้รับความเสียหายน้อยมาก หรือแทบไม่ได้รับเลย ถ้าเราเอาหลักการธรรมชาติสู้กับธรรมชาติมาช่วย ก็คงเหมือนภาษิตจีนกล่าวไว้น่ะค่ะ ใช้ความอ่อนสยบความแข็งแกร่ง ..เมื่อคลื่นที่มีพลังมหาศาลปะทะไม้ไผ่ ไม้ไผ่จะอ่อนลู่ไปตามแรงคลื่น พลังคลื่นจะลดลงอย่างมาก แถมยังได้กรองตะกอนดินเพิ่มมากขึ้นด้วยนะคะ

เบิร์ดเคยอ่านเจอข่าวว่า ในปี 2550 ทช.( กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง )ได้รับงบประมาณมา 41 ล้านบาท ปลูกป่าชายเลนใน 5 จังหวัด ที่เรียกกันว่า อ่าวตัวกอไก่ ได้แก่ จ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี และ กทม. ความยาว 51 กิโลเมตรค่ะ โดยจะมีการปลูกป่าชายเลนจากแนวชายฝั่งประมาณ 300 เมตร และจากแนวป่าชายเลนประมาณ 1 กิโลเมตร จะใช้ไม้ไผ่กั้นเป็นแนวยาว 2 ชั้น ทั้งนี้ จะกระจายงบประมาณไปที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นให้ร่วมดำเนินการ แต่เบิร์ดไม่ทราบว่า้ได้ผลเป็นอย่างไร หรือว่าหยุดชะงักไปจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา

แล้วจะเข้ามาคุยใหม่ค่ะ ^ ^