มีนักวิทยาศาสตร์อีกหลายกลุ่มที่เชื่อว่าแม้แต่ ปรากฎการณ์ธรรมชาติก็ไม่สามารถศึกษาได้ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบบการทดลองทำซ้ำได้ หรือการจัดการแบบตรงไปตรงมา (reductionism)
เช่น การศึกษาระบบภูมิคุ้มกันของคนหรือภัยธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้จะใช้ non-linear equation มองปรากฎการณ์เป็นระบบ แต่เค้าก็ยังมองว่า ความจริงเป็นสิ่งที่รู้ได้กำหนดได้แน่ (deterministic reality หรือ นิยัตินิยม) เพียงแต่ต้องใช้ทฏษฎี Chaos มาเป็นกรอบ
ในขณะที่มีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าปรากฎการณ์ บางอย่าง เป็นระบบเหมือนกันเพียงแต่ไม่มีทางคาดเดาได้แน่นอน (stochastic process, non-deterministic) เช่น หมอให้ยาตัวเดียวกันกับคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน แต่คนไข้บางคนหาย บางคนไม่หาย
ทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่เชื่อใน linear causation และ reductionism อีกทั้ง จัดการแบบตรงไปตรงมา
------------------------------------------------
นักศึกษาจะสับสนเพิ่มไหมนี่ แฮะๆ
เอาเป็นว่า ขอเสนอให้ทุกคน (รวมทั้งตัวมัทเอง)เตืิอนตัวเองทุกครั้งก่อนจะแบ่งอะไรเป็นแค่ 2 ค่าย 2 ด้าน (dichotomy)
คนเรามักจะเผลอมองอะไรแยกเป็นแค่ 2 กลุ่มชัดเจน
สรุปว่าทั้ง ปรากฎการณ์ธรรมชาติ และ ปรากฎการณ์ทางสังคมก็มีหลายแบบ
- บางอย่าง กำหนดได้แบบตรงไปตรงมาก เช่น แรงดึงดูด
- บางอย่าง กำหนดได้แต่ต้องมองให้เป็นระบบ (ปรากฎการณ์ส่วนมากเป็นแบบนี้?)
- บางอย่าง กำหนดไม่ได้แน่นอน เช่น Haematopoiesis หรือ การตัดสินใจซื้อหรือใช้ประกัน (insurance)
ดังนั้นวิธีการศึกษาและวิธีการจัดการก็จะต่างกันไปดังที่อ.สุธีเขียนไว้