<div class="content">
ผมได้พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คุณเจตน์ ธนวัฒน์ เมื่อวันพุธที่ 2 สิงหาคม ในการประชุมที่สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านบอกผมว่า ได้อ่านบทความรู้สึกว่ามีค่าและมีประโยชน์ เพราะ พูดความจริงและตรงประเด็น
</div><div class="content">
ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ นายกเทศมนตรี ที่สนใจเรื่องระยะยาว ชอบสังคมการเรียนรู้ แบบสด ทันสมัยข้ามศาสตร์ มีเหตุมีผล และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ผมก็มีกำลังใจที่จะทำและเขียนต่อผมรู้สึกมีความสุขมาก นับเป็นโชคดี ที่ท่านผู้ว่าฯเจตน์จะไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองคนต่อไป คงจะสร้างการเรียนรู้ในหมู่นักปกครองมากขึ้น
</div><div class="content">
เมื่อดูทฤษฎี 3 วงกลมที่ผมคิด ผม highly motivated มีแรงกระตุ้น แรงผลัก แรงดึง เพื่อไปสู่ ความเป็นเลิศ
</div><div class="content">
หากพูดถึงเรื่อง motivation คนไทยมักจะมองแคบ คือ มองถึงอำนาจ เงินทองเพชร นาฬิกา รถ แพงๆ คอนโดมิเนียม เป็นต้น เท่านั้น ไม่นึกถึงสิ่งที่วัดไม่ได้ เช่นความสุข ความมีสมาธิ การแบ่งปัน การ มองส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว หรือสำหรับผมให้คนอ่าน คิดเป็น วิเคราะห์เป็น
</div><div class="content">
ดังนั้นสิ่งที่เขียนมาทั้งหมด คือ ผมพยายามทำ แลกเปลี่ยน แบ่งปัน หากใครสนใจก็เป็นแนวร่วมได้ ยิ่งแนวร่วมขยายวง ประเทศก็จะเจริญขึ้นแน่นอน
</div><div class="content">
มีลูกศิษย์ถามอาจารย์ป๋วยว่า “ทำอะไรมากมาย ซึ่งเน้นทำความดีและเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำไปเพื่ออะไร” ท่านตอบว่า “ในประเทศไทย ถ้าคนดีไม่ทำอะไร คนชั่วก็ต้องชนะเพราะคนชั่วมีมากกว่าคนดี “
ผมมีความเห็นต่อว่าคนดีมักจะเก็บตัวเงียบ อาย ไม่มีแนวร่วม ขาด social capital อยู่อย่างสงบแต่คนไม่ดีจะบ้าอำนาจ ใช้อำนาจเหนือทุกอย่างที่ตนเองมีพลัง
</div><div class="content">
บทความผมอยู่ใน website ของแนวหน้า www.naewna.com ทุกวันเสาร์ โดย click ไปที่ “บทเรียนจากความจริงกับดร.จีระ “
</div><div class="content">
ผมสังเกตว่า ยิ่งนานวันบทความของผม ยิ่งมีคน click ไปมากขึ้นทุกสัปดาห์
</div><div class="content">
อีกประการหนึ่งผมสอนหนังสือเกือบจะทุกอาทิตย์ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ซึ่งให้นักเรียนอ่าน
</div><div class="content">
บทความ โดยให้วิเคราะห์ว่า
</div><div class="content">
- ผมเขียนโดยใช้ style อะไร
</div><div class="content">
- ได้อะไรที่โป๊ะเชะบ้าง
</div><div class="content">
- สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างไรและปรับใช้กับตัวเองอย่างไร
</div><div class="content">
เช่นสัปดาห์ที่แล้วเรื่องตรงต่อเวลา สอนให้ผมดำเนินชีวิตอย่างมีวินัย พยายามไม่ผิดเวลาโดยเฉพาะยิ่งเราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ต้องขอขอบคุณพี่อุทัยพิมพ์ใจชน มากที่แนะนำสิ่ง ดีๆ
</div><div class="content">
สัปดาห์นี้มีกิจกรรมเรื่องเทพศิรินทร์ ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์ต่อกลุ่มอื่นด้วย จึงขอแบ่งปันให้อ่าน
</div><div class="content">
เรื่องแรกคือวันที่ 1 สิงหาคม คณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ชุดใหม่ เข้าไปเยี่ยมคำนับและรายงานผลให้องคมนตรี พลอากาศตรีกำธน สินธวานนท์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของ เรา การได้ใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ที่เมตตาต่อโรงเรียน นักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบัน รวมทั้งคณาจารย์ด้วย เป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ พี่กำธนของเราได้เน้นว่า เด็กเทพศิรินทร์ต้องเก่งและดี ทั้งกีฬาและวิชาการ ต้อง เป็นคนมีมารยาทมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเน้นว่าเทพศิรินทร์มี 7 แห่ง ไม่ใช่มีแห่งเดียวเหมือนเดิมแต่เทพศิริ นทร์ 7 แห่งเป็นหนึ่งเดียว คือ สถานที่อาจจะแยกกันอยู่แต่จิตวิญญาณมีเทพศิรินทร์หนึ่งเดียว
</div><div class="content">
ในวันรุ่งขึ้นผมและคณะไปเยี่ยมโรงเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น ซึ่งนักเรียนเก่าท่านหนึ่ง คือ คุณอดิศร เพียงเกษ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่นผลักดันให้เทพศิรินทร์มีสาขาที่ภาคอีสาน ด้วย
</div><div class="content">
ผมภูมิใจมากเพราะผมมาขอนแก่นบ่อย แม้เมื่อยังไม่ได้เป็นนายกสมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ผมได้มา 2 ครั้งแล้ว ครั้งนี้ได้พบนักเรียนกว่า 600 คน และคณาจารย์ด้วยผมได้ให้กำลังใจว่า อะไรที่ผม และสมาคมช่วยได้ จะทำอย่างสุดความสามารถเพราะการศึกษาของนักเรียนต่างจังหวัดเป็นเรื่องสำคัญและเป็นการยกฐานะของโรงเรียนต่างจังหวัดให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
</div><div class="content">
เด็กเทพศิรินทร์ขอนแก่นมีความภาคภูมิใจมาก ที่มีส่วนเป็นเทพศิรินทร์ ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของเทพศิรินทร์ ผมได้มอบทุนก้อนหนึ่งให้เด็กที่ชนะการประกวดเรียงความเรื่อง “ขอนแก่นกับโลกา ภิวัตน์” ปรากฏว่าเด็กเทพศิรินทร์ขอนแก่นสามารถเขียนเรียงความได้ดี
</div><div class="content">
ในอนาคตจะพยายามส่งครูเทพศิรินทร์ทั้ง 7 แห่ง ไปฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาก ขึ้นในโครงการ “Super Teacher” ให้ต่อเนื่อง
ผมภูมิใจในบรรยากาศการเรียนรู้แบบ 4 L’s ระหว่างผมกับนักเรียนเทพศิรินทร์ขอนแก่น 600 คน
</div><div class="content">
สุดท้าย ผมขอหยิบยกหนังสือเล่มล่าสุดของ Alvin Toffler เรื่อง “Revolutionary Wealth” มาเล่า สู่กันฟัง เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ดร.อำนวย วีรวรรณ ได้เชิญ Toffler มาพูดที่ประเทศไทย ผมได้ใกล้ชิดและ สัมภาษณ์เขา
Toffler เป็นนักทำนายอนาคต Futurist เป็นที่ยอมรับที่สุดของโลกในปัจจุบัน หนังสือเล่มที่ดังมาก ที่สุดคือ “The Third Wave” มอง
</div><div class="content">
เกษตร———–อุตสาหกรรม———–เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)
</div><div class="content">
แต่มาวันนี้เขาบอกว่า นอกจาก IT แล้ว จะมีความรู้เป็นคลื่นลูกที่ 4 และความรู้เป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่มองไม่เห็น ( Intangibles ) ทรัพย์สินไม่ใช่เฉพาะ ที่ดิน เงิน หรือวัตถุแต่ทรัพย์สินในอนาคตเป็นสิ่ง ที่มองไม่เห็น ( Intangibles ) เช่น
</div><div class="content">
- Happiness </div><div class="content">
- Blog </div><div class="content">
- การสร้างสังคมการเรียนรู้
</div><div class="content">
- การเสียสละให้แก่ส่วนรวม
</div><div class="content">
- การอ่านหนังสือ
</div><div class="content">
- การใช้เวลากับลูก
</div><div class="content">
- การสอนหนังสือ
</div><div class="content">
- การมีสุขภาพทางกายและใจที่สมบูรณ์
</div><div class="content">
- การนั่งสมาธิ ทำใจให้สงบ
</div><div class="content">
- การทำงานอาสาสมัครให้ส่วนรวม
</div><div class="content">
ซึ่งตรงกับทฤษฎี 8 K’s และ 5 K’s ของผมในบางส่วน
</div><div class="content">
เพราะผมได้ wealth จากการที่ใช้ชีวิตโดยแสวงหาความรู้อย่างไม่หยุดยั้ง และมีความสุขที่ได้ แลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ แต่ความรู้และความสุขไม่ได้มาฟรีๆ ต้องเปลี่ยนทุนมนุษย์มาเป็นทุนทางปัญญา คือต้องคิดเป็น ทำเป็น ทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีก 2 ทุนคือ ทุนทางจริยธรรมและทุนแห่งความยั่งยืน ซึ่ง 2 Kนี้วัดไม่ได้ คนไทยจึงไม่เข้าใจ
แต่ผมและ Alvin Toffler เข้าใจครับ
</div><div class="content">
จีระ หงส์ลดารมภ์
</div><div class="content">
[email protected] </div><div class="content">
โทร. 02-273-0180, 0-2619-0512-3
</div><div class="content">
โทรสาร 0-2273-0181 </div>