ผมเองก็เชื่อเช่นที่อาจารย์ฉัตรทิพย์กล่าวครับ อย่างน้อยที่สุดช่วงที่ผมเติบโตในวงการพัฒนา กับ NGO ในบ้านเรานั้น สภาคริสตจักรท่านมีบทบาทมาก่อน NGO หลายเท่าตัว และก้าวหน้ามาก และอิงชุชน อิงวัฒนธรรมชุมชนมากที่สุด ก่อน NGO ที่เป็นคนชั้นกลางมากมาย เรามักมาจากเจตนาบริสุทธิ์ แต่ไม่มีประสบการณ์ จนตั้ง กป.อพช.แห่งชาติขึ้นในสมัยผมนี่แหละครับ จึงมีการประชุมแลกเปลี่ยน สรุปบทเรียนกันมากมาย ทำให้ยกระดับกระบวนการพัฒนามากขึ้น ก่อนนั้นเวลาคุยกันก็มักยกตัวอย่าง ซาโวดาย่า ที่ศรีลังกา คิบบุชและโมชาปที่อิสราเอล PRRM ที่ฟิลิปปินส์ และกรามินแบงค์ แม้กระทั่ง ในเกาหลีใต้ คือ เซมาอุลอัลดง ฯลฯ ทั้งนั้น ต่อมาเมื่อเรามีประสบการณ์ ชื่อดังกล่าวเลยหายไปจากการพูดคุยเลย... มาช่วงที่หลัง นักพัฒนาหยิบเอามุม แนววัฒนธรรมชุมชนมาใช้กันมาก และท่านอาจารย์ฉัตรทิพย์ก็สนับสนุนแนวทางนี้ด้วย...
บางที NGO คงเหมาะกว่าภาครัฐ เพราะรู้ว่าอาจสนใจ "ความเป็นคน" มากกว่าการคิดแค่ทำตามหน้าที่ (แต่เจ้าหน้าที่ดีๆก็มีเยอะค่ะ)
คิดเอาเองนะคะว่า วัดน่าจะเหมาะเหมือนกัน คุณยายขาพิการ แต่ยังอาจหยิบฉวยอะไรช่วยงานโน่นนี่เบาๆได้บ้าง จะได้ไม่เหงาและรู้สึกชีวิตมีคุณค่า
โดยเงื่อนไขแล้ว NGO น่าจะทำได้ดีกว่า แต่ไม่ค่อยยั่งยืนเพราะต้องอาศัยงบประมาณสนับสนุนจากภายนอก(ประเทศ) มาสิบกว่าปีมานี่ที่ NGO ใหญ่ๆในไทยรณรงค์ขอรับการบริจาคมากขึ้นเพื่อระดมทุนภายในประเทศมากกว่าจะไปขอจากต่างประเทศ ท่านอาจารย์คงทราบดีอยู่แล้วนะครับ