สวัสดีครับอาจารย์ ปัทมาวดี โพชนุกูล ซูซูกิ

  • แม้ว่าผมนึกถึงหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบงานด้านนี้ ก็พอได้ แต่การทำงานด้านนี้หน่วยงานนี้ควรยกระดับการทำงานได้แล้ว.. เราเชื่อว่าสักวันหนึ่งคงทำได้ ครับ เขาก็คงมีข้อจำกัด
  • ผมนึกถึงหน่วยงาน NGO ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ หากเขามีงบประมาณสนับสนุนจะทำงานได้ดีกว่าราชการ เพราะยืดหยุ่นสูงกว่า  แต่เขาไม่มีงบประมาณ ทำเท่าที่มีงบฯอยู่
  • ผมนึกถึงสมัยก่อน ช่วงเผยแพร่ศาสนาคริสต์ เขาจะทำงานกับคนด้อยโอกาสที่สุด จะทำงานกับคนที่สังคมปฏิเสธ ตัวอย่างงานเขียนของหมอสอนศาสนาในภาคเหนือที่เขียนเรื่องราวเมื่อ ร้อยกว่าปีมาแล้วว่า คนที่ชาวบ้านไล่ออกจากหมู่บ้านเพราะเชื่อว่าเป็น ผีก๊ะ แต่ศาสนาคริสต์รับเข้ามา โอบอุ้มเข้ามาในอ้อมอกพระเจ้า  และเขาก็เป็นคนใหม่ และกลับได้รับการยอมรับในสังคมเมื่อเวลาเปลี่ยนไป  ผมเป็นทึ่งกับการทำงานของมิชชันนารี เหล่านี้
  • อย่างอาจารย์กล่าวว่า หากสมมุติว่า ราชการเอาคุณยายไปอยู่บ้านพักคนชรา คุณยายอาจจะไม่ไปก็ได้  ตรงนี้แม้ดูไม่ดีแต่ยายก็เลือกแล้ว และตรงนี้มีรายได้ มีคนบริจาค ..ฯลฯ..
  • แต่ผมคิดว่าสังคมตรงนั้น น่าที่จะหยิบเรื่องนี้มาปรึกษาหารือกัน  ผมคิดเล่นๆนะครับว่า วัดก็ใหญ่โตโอฬาร สถานที่กว้างขวาง อาจจะทำกระต๊อปให้คุณยายอยู่ดีกว่านี้หน่อย เมื่อยายไม่ไปไหนก็ได้ แต่ย้ายไปอยู่ในบริเวณวัดนี่แหละ แต่ในสภาพที่ดีหน่อยให้เป็นที่พักของคนหน่อย แล้วอาจจะเขียนประกาศติดว่าใครอยากจะบริจาคให้ยายก็มาให้ตรงนั้นตรงนี้
  • ที่วัดก็มีอาคารเก่าๆ ที่สามารถดัดแปลงให้ยายเข้าไปอาศัยได้
  • ทั้งหมดนี้อาจะมีคนทำ มีคนคิดแล้วก็ได้ แต่ยายอาจจะบอกว่าไม่ไป
  • ..แต่อย่างไรก็ตาม หากยายอยู่ตรงนั้นก็อันตรายหลายประการ หนึ่งคือ ไอ้หัวขโมย ไอ้ขี้ยาอาจจะมาบังคับยายเอาเงินบริจาคก็เป็นได้  หากยายขัดขืนมันก็จะทำร้ายยายได้เช่นกัน ดังมีข่าวบ่อยๆไป..
  • เห็นด้วยครับกับอาจารย์ว่าสังคมควรช่วยกันดูแลเรื่องนี้ครับ