• สวัสดีครับอาจารย์  พิสูจน์ ส่วนมากอ่านเจอมาจากในหนังสือแล้วเอามาคิดเชื่อมโยง ตามประสาคนคิดมากน่ะครับ บางอย่างบางเรื่อง ผมก็ไม่รู้ครับ (เช่นเรื่องจิตใจของสตรี อะไรทำนองนี้) และส่วนมากได้ความรู้เพราะผู้รู้ท่านอื่นชี้แนะ ก็มากครับ  
  • ธรรมศึกษาเอก เขาสมัครสอบกันอย่างไรครับผมอยากเรียน อยากสอบบ้าง ส่วนมากภาษาบาลีผมอ่านเองจากหนังสือแบบเรียน    ถ้าถามเรื่องหลักการพื้นฐานทางไวยากรณ์ ก็ตอบไม่ค่อยได้เหมือนกันครับ เช่น  มีเพื่อนมาถาม คำว่า มุก กับ มุข ควรใช้ว่าอะไร แปลว่าอะไร ผมก็ตอบไปตามที่ผมรู้....พอเพื่อนไปถามนิสิตที่เรียน เอก ภาษาบาลีสันสกฤต ตัวจริง ได้ความรู้ใหม่เลยครับแถมติดตลกนิดๆ ไว้จะเขียนเล่าให้ฟังนะครับ
  • เรื่องสอบตก สอบได้ช้า คือการ เรียนแบบละเอียดละออ  นะครับ น่าชื่นชม  ๆๆ
  • พูดเรื่องนี้ทำให้ นึกถึงประวัติของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่พาบริวารทั้ง 500  มาพบพระพุทธองค์ เพื่อฟังธรรมเทศนา บรรดาเหล่าบริวาร ทั้ง 500 บรรลุอรหันต์ (สุกขวิปัสสกอรหันต์)  ก่อน พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ
  • พระพุทธองค์ทรงอรรถาธิบายว่า เป็นเพราะพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ทั้งสองมีความรู้มาก ใช้สติไตร่ตรอง หลักธรรมคำสอน ทำให้บรรลุอรหันต์ ได้ช้า แต่เมื่อได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว ทรงคุณวิเศษ ยิ่งนัก

 

  • พระอรหันต์  มี 4 กลุ่มเรียงตามระดับสามัญ ถึง อุตมะ ดังนี้

    1. พระสุกขวิปัสสก (ไม่มีญาณวิเศษใดๆ นอกจากรู้การทำอาสวะให้สิ้นไป (อาสวักขยญาณ) อย่างเดียว)
    2. พระเตวิชชะ (ผู้ได้วิชชา ๓ คือ รู้ระลึกชาติได้(บุพเพนิวาสานุสสติญาณ) รู้จุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย(จุตูปปาตญาณ) รู้ทำอาสวะให้สิ้น(อาสวักขยญาณ))
    3. พระฉฬภิญญะ (ผู้ได้อภิญญา ๖ คือ แสดงฤทธิ์ได้(อิทธิวิธี) หูทิพย์(ทิพยโสต) ตาทิพย์(ทิพฺพจักขุ) ทายใจผู้อื่นได้(เจโตปริยญาณ) ระลึกชาติได้(บุพเพนิวาสานุสสติญาณ) และญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป(อาสวักขยะญาณ))
    4. พระปฏิสัมภิทัปปัตตะ (ผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ๔)คือแตกฉานในความรู้อันยิ่ง ๔ ประการ ได้แ่ก่ อัตถปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในอรรถ ธัมมะปฏิสัมภิทาความแตกฉานในธรรม นิรุตติปฏิสัมภิทาความแตกฉานในภาษา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ความแตกฉานในปฏิภาณไหวพริบ

ด้วยจิตคารวะครับอาจารย์

 

สวัสดีครับ ครูมิม ยินดีครับ เรื่องฝากฝัง....555