สวัสดีครับ 3. เอื้องแซะ
- สมัยอยู่บ้านพักครู ร.ร.อนุบาลจะมีต้นพลวงใหญ่ 2 - 3 ต้น
- ช่วงเดิอนมีนาคม - เมษายน อากาศจะร้อน ใบพลวงทั้งใหญ่ และเล็ก (ใบตองตึง ) จะร่วงหล่น เป็นจำนวนมาก
- พี่น้องที่อาศัยอยู่ใกล้ๆจะตื่นมาเก็บใบตองตึงตั้งแต่เช้าตรู่
- เพื่อนำไปเปลี่ยนหลังคาบ้าน บ้านในสมัยก่อนจะมุงหลังคาด้วยใบตองตึง ซึ่งทำให้อากาศในบ้านเย็นสบาย ค่ะ
เป็นความจริงครับผมเองก็เคยนอนบ้านที่มุงด้วยใบตองตึง และเคยช่วยชาวบ้านไปเก็บในตองตึงในป่าด้วย เอามาทำหลังคาโรงเรียนเด็กเล็กในหมู่บ้านกัน สมัยนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงว่าสนุกดีและเราไม่มีงบประมาณไปซื้อสังกะสี หรือกระเบื้อง เลยเอาแค่ตองตึง ก็เย็นดีอย่างว่าแหละครับ
- การนำใบตองตึงไปทำหลังคานั้นก็มีวิธีการทำให้ทนและอยู่นานซึงภาษาไทยใหญ่เรียกว่า "ไพคา"
ใช่แล้วครับหากเอาหญ้าคามาก็เรียก "ไพคา" หากเอาตองตึงมาก็เรียก "ไพตองตึง" ไปเก็บตอนเช้าดีนะครับเพราะมีน้ำค้างตกลงมาถูกใบต้องตึง ทำให้ใบไม่กรอบ ยังเหนียวอยู่ หากทิ้งให้แดดเผานานๆกรอบ เวลาเราเดินป่าจะดังกรอบแกรบ
อันนี้เองที่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ชาวบ้านชอบจุดไฟเผาป่า จริงๆคือเผาใบตองตึงและใบไม้ชนิดอื่นๆ เพื่อ 2 เหตุผล คือ
- ให้เรียบเวลาเดินออกล่าสัตว์จะได้ไม่ดังกรอบแกรบ สัตว์ได้ยินเสียงก็หนีไปหมด
- เผาป่าแล้วหญ้าอ่อนจะแตกใหม่ เมื่อมีหญ้าอ่อนสัตวืป่าที่ชอบหญ้าอ่อนก็จะออกมากินหญ้า คน นายพราน ก็ดักยิงเอาเลย นี่ คนฉลาดกว่าสัตว์ แต่ฉลาดแบบนี้ ป่าพินาจมามากแล้วครับ
- ปัจจุบันจังหวัดจะอนุรักษ์บ้านโบราณ แบบนี้ไว้โดยการขอร้องเจ้าของบ้าน
ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีมากเลยที่จังหวัดอนุรักษ์บ้านแบบนี้ไว้นะครับ เพราะหาดูยากมากขึ้น แม้อยู่ป่าอยู่ดอย หลังคาอย่างต่ำสุดก็สังกะสีกันมากแล้ว
ผมมีข้อเสนอแนะครับ ว่าเมื่อทางจังหวัดอนุรักษ์ไว้ก็ดี แต่อย่าเพียงเก็บบ้านหลังนี้ไว้เฉยๆ ควรจะมีป้ายบอกข้อมูลทั้งอย่างสรุปและอย่างละเอียด เพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ของสาธารณะชนที่ผ่านไปมา ผมเห็นมากมายที่ทำอนุรักษ์ไว้ หรือสร้างใหม่ก็ตาม แต่ได้รูปธรรมเสร็จแล้วก็หยุดแค่นั้น ไม่ได้ทำข้อมูลให้สาธารณะ เสียแค่นี้
อย่างขอนแก่น กาฬสินธุ์ มีไดโนเสาว์มาก ก็ปั้นตัวใหญ่บักเอ็บ มีลูกตัวเล็กๆด้วย แต่ไม่มีข้อมูลอธิบายเลยว่ามันชนิดไหน อายุเท่าไหร่ กินอะไร น้ำหนักเท่าใด ฯลฯ เพื่อการเรียนรู้ แย่มากเลย เด็กๆ หรือผู้ใหญ่อยากรู้ก็ไม่รู้ต่อไป แล้วจะไปสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ได้อย่างไรกัน ใช่ไหมครับ