- สวัสดีครับ
- ความเห็น ส่วนตัว ดนตรี = คณิตศาสตร์ ครับ
- เรียนสายวิทย์มา คณิตศาสตร์ ก็คิดว่า คงพอใช้งานได้ระดับหนึ่ง
- ผมบังเอิญเป็นกลุ่มที่หูอยู่ใน Perfect Pitch แต่ไม่ได้มีโอกาสหัดดนตรีแต่เด็ก ๆ หรือแม้แต่ตอนวัยรุ่น แต่ก็สามารถปรับเทียบเครื่องสายได้โดยไม่ต้องเทียบเสียงกับเครื่องดนตรีอื่น (แต่ไม่คุ้นกับระบบ โด เร มี ฟา !) อ่านโน๊ตไม่ค่อยเป็น แต่แกะเพลงได้เอง ถ้าเล่นแล้วเสียงหลุดคีย์ ก็จะรู้สึกได้
- ผมมองว่า ดนตรี เหมือนกับคณิตศาสตร์ ในหลายประเด็น
- ประเด็นแรก เป็นตัวที่มี มาตรบอกระดับ มีตัวเทียบเท่า มีการ mapping (จับคู่) ระหว่างหลายสิ่ง เช่น เล่นเสียงดนตรีคีย์หนึ่ง ก็คือ ทักษะมือ ที่เล็งตำแหน่งก่อเสียงแม่นยำ ทักษะหู ที่สามารถ feedback ป้อนกลับสมองว่า ถูกเสียงแล้วยัง ส่วนคณิตศาสตร์หลาย ๆ แขนง ก็เป็นเรื่องของการจับคู่ เช่น แก้สมการพีชคณิต ก็เป็นการ mapping ระหว่างโจทย์เดิม (คำถาม) ให้อยู่ในรูปของโจทย์ใหม่ (คำตอบ) เพราะในหลักการแก้สมการนั้น ในคำถาม มีคำตอบอยู่แล้วในตัว หรือการใช้เทคนิควิธีคำนวณเชิงตัวเลข ก็เป็นการจับคู่ระหว่างโจทย์ และเครื่องมือในการแก้ปัญหา
- ประเด็นที่สอง เสียงดนตรีที่ไพเราะ ไม่ต่างจากระบบเลขจำนวน ที่เป็นเสียงแบบเป็นขั้นเหมือนเลขจำนวนเต็ม และแทรกด้วยเศษส่วนย่อยของระดับเสียง (ลองที่ที่สายกีตาร์ ตำแหน่งจุด เป็นเสียงเมเจอร์ ก็เหมือนเลขจำนวนเต็ม แล้วเสียงไมเนอร์ที่คั่น ก็อาจแตกย่อยได้ เป็นระบบเศษส่วน) โดยความสัมพันธ์เป็นไปตามแบบฮาร์โมนิกฟังก์ชัน คนที่หูเป็น Perfect Pitch ก็คือหูสามารถล็อคเสียงได้สอดคล้องกับระบบนับแบบฮาร์โมนิกได้
- ประเด็นที่สาม ความสามารถสร้างสมมาตร และความสวยงาม ในการรับรู้ของสมอง ว่ามีสมมาตร มีความเป็นระเบียบ พอ ๆ กัน เวลาแก้สมการออก เวลาได้ยินดนตรีไพเราะเพลงใหม่ ความรู้สึก ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ (ผมเคยตีพิมพ์งานวิจัย ที่นำเสนอสมการที่แก้ปัญหาวิจัยได้ ตอนคิดออก เป็นความรู้สึกอิ่มลึก ๆ ไม่ต่างจากการได้ฟังดนตรีที่เล่นดี)
- ประเด็นที่สี่ ดนตรีร้าย ๆ และสมการร้าย ๆ ทำร้ายความรู้สึกของผู้ยลและยิน ได้ทัดเทียมกัน
- ด้วยเหตุดังนี้ การจะกล่าวว่า ดนตรีเป็นเหตุ คณิตศาสตร์เป็นผล หรือ คณิตศาสตร์เป็นเหตุ ดนตรีเป็นผล จึงเป็นการตั้งประเด็นที่ทำให้งง เพราะจริง ๆ แล้ว ดนตรี และ คณิตศาสตร์ คือสิ่งเดียวกัน เพียงแต่จะผ่านอายตนะรับรู้ใดเท่านั้นเอง