ในมุมมองของผมผู้ที่ไม่เคยสัมผัสของจริง อาจจะไม่รู้จริงแต่ผมก็อยากจะเสนอความคิดที่ว่า "คนทุกคนไม่ว่าจะอยู่บนดอยหรือพื้นราบหรือที่ไหนๆก็ตามไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดีหรอก" จากความรู้เรื่องสารถัตถะเราจะพบข้อขัดแย้งในเรื่องนี้ จากข้อความต่อไปนี้ "คนที่อยู่บนดอยหรืออยู่ชายขอบเป็นคนขายยาบ้า " แสดงว่า "คนเผ่าลีซอ(สมมติ)ขายยาบ้า" อันนี้ไม่จริงเพราะว่า คนบนดอยที่ไม่ขายยาบ้าก็มี คนพื้นราบขายยาบ้าก็มี ดังนั้นเราไม่สามารถจะไปกล่าวว่าคนชนเผ่าที่ราบสูงผู้เป็นมิตรที่แสนซื่อจะเป็นผู้ร้ายไปเสียทุกคน ถ้าเราตั้งแง่ไม่ดีกับเขาเราก็จะเสียมวลชนไปเสียหมด ผมเชื่อว่างานที่พี่ทำมุ่งหวังสร้างสรรค์สิ่งที่ดีๆแก่สังคมอย่างจริงจังและจริงใจ และผมก็มีความเชื่ออย่างแท้จริงว่าซักวันปัญหาจะต้องคลี่คลายหากทุกๆฝ่ายร่วมมือกัน .... ผมนึกได้ว่าผมก็เคยได้ไปสัมผัสชีวิตบนดอยที่อำเภอเวียงป่าเป้าและอำเภอเวียงแหงและเชียงดาวมาแล้ว ที่จำได้ดีที่สุดคือที่บ้านปางหก อ.เวียงป่าเป้า ติดชายแดนพม่า(ชาวบ้านบอก) ผมไปออกค่ายอาสาพัฒนา โดยพักที่โรงเรียน การเดินทางลำบากมากๆ ระยะทางประมาณ 20 กิโลแต่ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง บางทีต้องช่วยกันเข็นรถ มีวันหนึ่งเป็นวันที่ฝนตกแต่แก๊สของพวกเราหมด เนื่องจากผมทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการก็ต้องแบกแก๊ส 1 ถังขึ้นมอเตอร์ไซต์กับเพื่อนลุยออกไปจำได้ว่ารถล้มประมาณ 5 รอบ ถังแก๊สกระเด็นไปมา แต่ก็รู้สึกสนุกดี ได้ใช้ชีวิตที่ทรหด ออกจากโรงเรียนตอนประมาณ 9 โมงเช้า กลับถึงโรงเรียนเกือบ 1 ทุ่มเพื่อไปเติมแก๊สที่บ้านกำนันเพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามาคิดกลับกันเป็นชาวบ้านที่ต้องมาเจอเหตุการณ์ซ้ำซากอย่างนี้เขาคงไม่สนุกแน่ น้ำประปาก็ไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่มี แล้วเขาจะทำอย่างไรให้ชีวิตดีขึ้น ผมเคยถามชาวบ้านตอนที่ไปเยี่ยมชุมชนและแจกยาเล็กๆน้อยๆ ชาวบ้านบอกว่า ออกไปอยู่ข้างล่างก็ไม่รู้จะทำอะไร บ้านก็ไม่มี งานก็ไม่มีอะไรก็ต้องซื้อเขากินแล้วจะไปอยู่อย่างไร มีบ้านอีกหลังหนึ่งที่ผมไปเยี่ยมภรรยาเขานอนอยู่ในบ้านร้องครวญคราง ถามสามีบอกว่าภรรยาเจ็บท้องมาหลายวันแล้ว ผมก็ถามว่าทำไมไม่พาไปหาหมอ ตอบว่า พาไปแล้วแต่หมอว่าไม่เป็นอะไรคงเป็นโรคกระเพาะ จะไปหาอีกก็ไม่มีเงิน ในความรู้สึกของผมคิดว่าไม่ใช่โรคกระเพาะแน่นอนแต่จะทำอะไรมากก็ไม่ได้เพราะพวกเรามีภารกิจมากจึงได้ให้ยาแก้ปวด(พารา) และให้ยาลดกรดไป สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่าคนเหล่านี้ถูกทอดทิ้งยิ่งกว่าเป็นคนชั้น 2 เสียอีก ผมจึงอยากเสนอว่า น่าจะมีโครงการเพื่อพัฒนาด้านสุขภาพแก่ชุมชนที่สูงอย่างยั่งยืนด้วยนะครับ อาจจะมีตัวแทนหมู่บ้านที่สามารถให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้จะดีมากเลยครับ สุดท้ายผมฝากข้อคิดอย่างหนึ่งว่า "เชื้อร้ายแรงมักจะไม่ทำลายในที่ที่เราคิดว่าได้ป้องกันอย่างดี แต่จะทำลายส่วนย่อยต่างๆให้อ่อนแอเสียก่อนจึงค่อยมารุมกินโต๊ะทีหลัง"