สวัสดีครับพี่ขจิต
สบายดีไหมครับ ไม่ได้เข้ามานานครับ ว่าไปแล้วจะเล่าเป็นประสบการณ์นะครับ
หากวันไหนฝนตกหนัก และอากาศพอดีๆ แล้วกลางคืนนั้นเดือนมืดหน่อย แล้วเราเปิดไฟหน้าบ้าน เราอาจจะได้เจอแมลงเหมา (ไม่แน่ใจว่าคือแมลงเม่าของภาษากลางหรือเปล่าครับ มันจะเป็นเหมาใหญ่ (แมลงเหมาเรียกตามคำใต้ครับ บางทีเรียกเหมาใหญ่ เพราะเหมาเล็กไม่นิยมกินกัน เป็นปลวกอีกแบบครับ)
เราก็นิยมใช้กระสอบเปิดปากกว้าง เช่นกระสอบปุ๋ยหรือถุงพลาสติก ไปรองรับที่ใต้แสงไฟ หลอดไฟนีออน แมลงเหมาจะตกลงไป แล้วเอาไปคั่วในวันรุ่ง บางคนนิยมใช้น้ำใ่ส่กะละมัง แล้วมีหลอดไฟด้านบน แมลงจะตกลงไปในน้ำแล้วจับได้ง่ายกว่า ตามแต่สะดวกครับ
แมลงเหล่านี้ จะมีชีวิตได้หนึ่งคืนนั้นหล่ะครับ หลังจากนั้น ก็ปีกก็จะหลุดแล้วแปลงร่างกลายเป็นปลวก ตัวปลวกต่อไปครับ
ในวันรุ่งเช้า หากเราเดินผ่านเ้ส้นทางดิน เราอาจจะเจอเส้นทางปลวกคือว่า จะเห็นปลวกไม่มีปีกแต่มีเขี้ยวแทน คุณแม่บอกว่ามันคือปลวกที่ปีกหลุดก็กลายเป็นตัวนี้ ผมไม่ได้ศึกษาวงจรชีวิตของปลวกดูว่าเป็นไงครับ แต่เข้าไปดูรูปที่พี่เชื่อมไว้ คิดว่า่น่าจะสิ่งเดียวกันครับ
ส่วนรสชาตินั้นรสมันครับ คั่วเกลือหรอยจังครับ
ส่วนตัวปลวกที่มีเขี้ยวนั้น หากได้กัดใครรับรองว่ามันจะกัดแน่น คือกัดจนตัวมันตาย และเขี้ยวมันจะติดอยู่ในเนื้อเราพร้อมหัว ส่วนตัวจะขาดไปครับ
่ส่วนปลวกทุกวันนี้จะเดินตัดเส้นทางคงยากแล้วครับ เพราะว่าทางส่วนใหญ่ไม่ธรรมชาติพอครับ บ้างก็คอนกรีตแทนดิน และโซออน
สำหรับบ้านมีปลวกหรือมอด ภูมิปัญญาไทยคือ ให้เอาไม้หรือไม้ไผ่ไปแช่้น้ำให้อิ่มน้ำก่อนจะนำมาสร้างบ้าน บ้านหรือฝาไม้จะไม่มีปลวกมีมอด และทนทาน แต่ทุกวันนี้สะดวกจ่ายได้ด้วยซื้อง่ายได้ง่าย ภูมิพวกนี้หายหมดครับ มีแต่สารเคมีผสมเนื้อไม้หรือผสมไม้เทียมมาแทนครับ ยุคเปลี่ยนคนเปลี่ยนปลวกก็ต้องปรับตัวครับ อิๆๆๆ เกี่ยวกันได้ไงเนี่ยครับ
โชคดีนะครับผม