ครูอ้อยครับ
    แหม พอเขียนบันทึกกระจาย กลับสร้างความเดือดร้อนให้ ครูน้อยซะอีก ความจริงจะมายี้ เอ๊ย เขียนตอนไหนก็ได้นะครับ ตามเวลาเปิดร้านสะดวกซื้อ ตลอด 24 ชั่วโมง
     ครูอ้อยเคยซื้อดินสอบ้างไหมครับ หรือว่า เก็บรวบรวมจากเชลย เอ๊ย เด็กนักเรียนมาใช้ แหม ดีจัง อิอิ
    ที่ว่าใช้ปากกาจะเห็นชัดกว่า ความจริง ดินสอมีหลายเบอร์นะครับ ดินสอวาดรูป สเกตภาพจะต่างจากดินสอธรรมดา ท่าทางครูน้อยคงจะใช้ดินสอ 2H  เลยดูไม่ชัด จางๆไปมั่ง
    เรื่องสตินั้น นายบอนเปรียบเทียบกับการรู้ตัวครับ เช่น วางของไว้ที่ไหน ก็ควรที่จะนึกได้ เช่น ครูน้อยวางกระเป๋าเงินไว้ในลิ้นชัก แต่พอจะหยิบเงินให้นายบอน เอ๊ะ นึกไม่ออกว่า เอาวางไว้ไหน
    เห็นครูอ้อยมีดินสอของเชลยสะสมไว้มากมาย ก็มีให้หยิบเลือกใช้เยอะ ท่าทางดินสอที่ไม่ได้เหลา ก็คงจะวางทิ้งจนลืมไปเลย เพราะถ้ามันไม่แหลม ก็หยิบอันที่แหลมมาใช้ แหม .. มีของเหลือใ้ช้เยอะมันดียังงี้นี่เอง
    สำหรับคำถามชิงรางวัล (รึเปล่าครับ) สิ่งมีชีวิตที่ใช้จนกุด วิ่น แต่ไม่เคยคิดจะทิ้งเลย มีคนให้คำตอบกับคำถามประเภทนี้ว่า  สามี
    แต่นายบอนคิดว่า คงจะหมายถึง ร่างกายของตัวเราเองกระมังครับ จะทิ้งก็ไม่ได้ นอกจากสิ้นอายุขัย

คุณไลครับ
     ไม่รู้ว่าเขียนเพื่อสะกิดครูสิริพรรึเปล่า เพราะครูน้อยท่านมีดินสอตั้งเยอะ นายบอนว่าจะไปขอรับบริจาคมาใช้มั่ง
     สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ออกจากโรงงาน ไม่ว่าจะของดี (ผลิตภัณฑ์หลัก)    หรือของเสีย ล้วนผลิตขึ้นมาตามกลไกการตลาดทั้งนั้นครับ แต่ถ้ามันตกรุ่น หรือล้นตลาด ของบดีก็เป็นขยะได้ทั้งนั้น ยิ่งมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆออกมาตีตลาด และตั้งราคาต่ำกว่า ยิ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์หลักที่คุณไลว่า กลายเป็นขยะเร็วขึ้น คือ เป็นสินค้ามือสองในราคาถูกได้เร็วขึ้น ทำให้คนซื้อไปใช้ได้ง่ายขึ้น เมื่อมีสินค้าใหม่ รุ่นใหม่ ก็จะเห่อตามกระแส ทิ้งของเก่า ให้กลายเป็นขยะได้เร็วขึ้น
    น่าสนใจเหมือนกันนะครับ นายบอนก็พึ่งเคยได้ยืนวิชาพุทธเศรษฐศาสตร์ อยากไปนั่งเรียนมั่งจังครับ