ระหว่างรอยต่อของ ก่อนฝนเยือน กับ ฝนเยือน เราเห็นสิ่งใด
ก่อนฝนเยือน มองเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายต่อหลายอย่างมันเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เป็นไป บางครั้งเงียบจนว่างเปล่า บางครั้งธรรมชาติได้หอบเอาพายุและเสียงคำรามของท้องฟ้าดังแข่งกันระงม เปรียบได้กับอารมณ์ของคนเราในขณะที่กำลังรอคอยการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่กายและใจรับรู้คือความร้อนอบอ้าวก่อนฝนเยือน อาจจะเป็นความร้อนใจของคนคอย
ฝนเยือน มองเห็นสายสนที่กระหน่ำตกลงมา ความรู้สึกร้อนอบอ้าวหายไป ความเย็นฉ่ำด้วยหยาดฝนเข้ามาแทนที่ ความเหน็บหนาวปะทะทั่วผิวกายและอาจจะเย็นเยือกจับจิตจับใจ ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของฝนและระยะเวลาของการตก

ระหว่างมองผ่านสายฝนโปรยปรายเหล่านั้นเล่า เห็นสิ่งใด
มองเห็นความกดดันที่ปะทุออกมา สายฝนมากน้อยขึ้นอยู่กับความหนักเบาของเหตุการณ์ เป็นการปล่อยปล่อยชีวิตหลังถูกกดดันด้วยมวลต่าง ๆ ทางธรรมชาติ
มองเห็นความขาวสะอาดแห่งจิตใจ

ทุกคนต่างผ่านวันและคืน อย่างเปล่าดาย...หรือ ?
คืนวันที่เปล่าดาย...นั้นอยู่ที่เราเป็นคนกระทำ ทุกคนใช่จะเหมือนกัน และใช่จะเปล่าดาย...หากก่อนฝนตกเราได้ผ่านกระบวนการคิดอย่างมีสติเพื่อรับสถานการณ์และเมื่อฝนมาเยือนก็สามารถรับมือกับสายฝนที่กระหน่ำตกลงมา และจะรับรู้ผลอีกครั้งเมื่อฝนหยุด แต่คืนวันที่เปล่าดายเกิดขึ้นเพราะเราขาดสติ...ทำชีวิตให้เป็นเกมและล้อเล่นกับเกมชีวิตมากจนเกินไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าชีวิตไม่ใช่เกม จึงทำให้ที่ผ่านมาเป็นวันและคืนที่เปล่าดาย

รับรู้และเข้าใจเฉกเช่นบันทึก "ชีวิต"