เก่งมากเลยครับ ที่ทำให้อีสานเขียวได้ ผมคิดว่ามีแต่ริมโขงที่ไหนได้บ้านผม แถวร้อยเอ็ด เสลภูมิ โพนทอง หนอกพอก เมยวดี ยโสธร เลิงนกทา กุดชุม มีแต่ป่ายางพารา
ใครจะบอกว่า เป็นพืชเชิงเดี่ยว และต้องพึ่งตลาด และอาจทำให้ ความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เปลี่ยนไป ไม่เป็นไรครับ เพราะคือทัศนะ แต่สิ่งที่ดีที่เห็นก็คือ
1. คนอีสานไม่ต้องเดินทางอพยพครอบครัว ทิ้งถิ่นฐาน แถวร้อยเอ็ดเยอะนะ อพยพไปตั้งรกรากที่ภาคใต้ ปลูกยาง จนเป็นต้น กรีดได้ ลูกหลานเปลี่ยนไปเป็นคนใต้แล้ว พูดอีสาน หรือ ลาว ไม่ได้แล้ว แหล่งใต้ ได้อย่างเดียว แต่ตอนนี้ มีปัญหา ต้องหาทางพาลูกหลานกลับคืนภูมิลำเนา เพราะอะไร ไม่ขอตอบ แต่หลายครอบครัว ขอกลับมาหาญาติพี่น้องทางบ้านพ่อบ้านแม่ปู่ย่า
2. พวกที่ไปใหม่ ที่เป็นแรงงานกรีดยาง ตอนนี้ก็ไม่ไปแล้ว มีแรงงาน คนลาว คนพม่า แทน เพราะ ?
3. ดังนั้น ยาง ยางพารา จึงไม่ใช่ของใหม่ เพราะคนอีสาน รู้จัก เอายางต้นไม้มาใช้หลายยาง ดังนั้นยาง จึงทำให้คนอีสานอยู่ในท้องถิ่นได้ และมีกิจกรรมการทำงาน ต่อเนื่อง
4.ที่อื่นอาจปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว แต่อีสาน ไม่หรอก เพราะ นา ก็ปลูกข้าว เลา ก็ปลูก มัน ปลูก อ้อย ดอน ก็ปลูก พืชผักสวนครัว
สวนห้วย สวนใกล้น้ำ ก็ปลูก หอม ปลูกกระเทียม ที่บนเรือนนอกชาน ข้างโอ่งน้ำกินโอ่งน้ำใช้ ก็ปลูก หอม สะระแหน่ ผักชีลาว
ดังนั้น อีสานไม่กลัวการปลูกสิ่งต่าง ๆ กลัวอย่างเดียวไม่มีน้ำสำหรับ อุปโภคและบริโภค
เสนอเพื่อ วิวาทะ ทางปัญญา ครับ