ตอนอ่านบทความของท่านอาจารย์แสวง ก็เห็นด้วยเลยครับกับแนวทางการวิจัยโดยการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนกับประโยชน์จากผลงานวิจัยทุกฝ่าย
พอมาอ่านข้อเสนอแนะของคุณพี่ศศินันท์และคุณพี่ปัทมาวดี ก็ทำให้ได้ข้อคิดอีกครับ
น่าจะกลายเป็นหัวข้อวิจัยได้เลยกระมังครับ
อย่างที่คุณพี่ศศินันท์ยกตัวอย่างพืชที่ป้อนสู่โรงงานก็ต้องใช้ระบบที่ต้องดูตลาดหรือผลิตตามความต้องการของลูกค้า(ส่วนตัวกระผมคิดว่าอาจจะเรียกได้ว่า"นายสั่ง"ครับ)
ส่วนกรณีพืชอินทรีย์ตอนนี้ยังมีกลุ่มเกษตรกรเพียงส่วนน้อยที่ผลิต การหาตลาดก็คงจะไม่ยากนัก แต่การที่จะผลิตเพื่อป้อนให้ตรงกับความต้องการของตลาดคงจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากในปัจจุบันการผลิตเกษตรอินทรีย์มีเปอร์เซ็นต์จะได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอทั้งขนาด ปริมาณ และเวลาต่ำกว่าการทำการเกษตรแบบใช้สารเคมีหรือเปล่าครับ แล้วอย่างนี้การเกษตรแบบอินทรีย์จะมีโอกาสเติบโตได้อย่างไรบ้างครับ คงจะต้องมีการวางและทำแผนแนวทางการจัดการการเกษตรอินทรีย์ไว้ล่วงหน้าก่อน เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะตามมาหรือเปล่าครับ
วันก่อนได้ฟังแนวคิดหัวหน้ารัฐบาลเงาที่จะทำแผนผังผลิตผลทางการเกษตรในแต่ละช่วงเดือนกระผมก็คิดว่าเป็นแนวคิดที่ดี ซึ่งจะทำให้การวางแผนจัดการผลผลิตอาจจะทำได้ง่ายขึ้น แต่จะได้ผลมากน้อยเพียงใดก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ เพราะปัจจัยที่มีผลต่อผลิตผลทางการเกษตรมีความแปรปรวนสูงมากๆใช่หรือเปล่าครับ