สวัสดีครับ คุณ
Sasinanda การเรียกชื่อคนรักว่า แม่เช่น แม่คุณ พ่อคุณ หรือในนิยายสมัยก่อนเรียกแม่นำหน้าชื่อ ก็เพื่อเป็นการแสดงความรัก ความยกย่องระหว่างกันกระมังครับ
สวัสดีครับ คุณ
ธ.วั ช ชั ย ตอนนี้ไม่ได้เขียนกลอนมานานถ้าเปรียบเหมือนดาบตอนนี้สนิมจับเขลอะแล้วครับ ขอบคุณที่เชื้อเชิญครับ
สวัสดีครับคุณ
พรรณา
ถ้าจะลองวิเคราะห์ อย่างหยาบๆ พระเวสสันดร ตอนที่เห็นชูชกทุบตีสองกุมารพระองค์ก็ทรงกุมพระขรรค์หมายจะประหารชูชก แต่ทรงยับยั้งชั่งใจไว้ได้ (เพราะเกิดความขัดแย้งในจิตและต้องตัดสินใจว่าจะเลือก โพธิญาณ หรือ ลูก)...การแสวงหวังโพธิญาณของพระเวสสันดร ปมปัญหาคงเหมือนกับ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติชาติก่อนๆ ยกตัวอย่างเช่น พระโพธิสัตว์เมื่อครั้งยังทรงเสวยพระชาติเป็นโยคี เห็นเสือแม่ลูกอ่อน กำลังจะกินลูกเพราะความหิว โยคีจึงกระโดดลงเหว อุทิศร่างของตนเพื่อให้เป็นอาหารของเสือแม่ลูกอ่อน
แต่ก่อนเราไม่มีไม้บรรทัดเวลาจะวัดอะไร ก็ลำบาก ต่อเมื่อมีคนคิดและสร้างไม้บรรทัด จึงทำให้เรารู้ระยะทาง รู้ความกว้างความยาวฉันใด พระเวชสันดรท่านก็ได้สร้างไม้บรรทัดแห่งทานบารมี ไว้ให้เราศึกษาขบคิด เพื่อให้เราทราบถึงแนวทางแห่ง โพธิญาณ กระมังครับ ดังนั้นเมื่อมีไม้บรรทัดแล้วก็ขึ้นอยู่กับเรา ที่จะนำไม้บรรทัดของพระเวสสันดร ไปใช้วัดกับอะไร อย่างไร เมื่อไร...
นับแต่ พระสมณโคดมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย
ทรงใช้ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า
มารวมเวลาทั้งหมด ๒๐ อสงไขยกำไรแสนกัป
โดย เริ่มแรก ทรงปรารถนาว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าอยู่ในใจ
เป็นระยะเวลา ๗ อสงไขยกำไรแสนกัป
ต่อมาทรงเปล่งเป็นวาจาออกมาว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า
เป็นระยะเวลาอีก ๙ อสงไขยกำไรแสนกัป
สุดท้ายนับแต่ทรงได้รับพุทธพยากรณ์เป็นครั้งแรก
จนกระทั่งตรัสรู้สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณ
เป็นระยะเวลาอีก ๔ อสงไขยกำไรแสนกัป
โดยสรุป ไม้บรรทัด ที่พระโพธิสัตว์แต่ละพระองค์ทรงสร้างขึ้นใช้เวลานานมากๆ ครับ ความถี่ห่าง ความหยาบ ความละเอียด อาจต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับเราที่จะเลือกนำไปใช้ครับ