
ตามที่โยมคุณหมอว่ามา ก็อาจเป็นไปได้ เพราะคำเหล่านี้เป็นนามธรรม และเมื่อมองตามหลักพุทธฯ นามธรรมเหล่านี้ก็คือกลุ่มเจตสิกซึ่งเกิดขึ้นกับจิต...
แต่ตามที่อธิบายมา มิได้มุ่งหมายตามนัยนี้
.........
ตามที่มุ่งหมาย คือว่า คนเรานั้น จะมี ความรู้สึก ซึ่งมีศักยภาพในการรับรู้ (ความรู้สึกจัดเป็นคุณลักษณะของจิต) สิ่งที่เรารับรู้มาจากภายนอกจะเป็นข้อมูลให้เราคิด (ความคิดเป็นกิริยาของจิต)
การคิด ก็คือการตรวจสอบข้อมูลที่เราได้รับรู้มานั่นเอง... เพราะใจของเรานั้นจะ สงสัย ในข้อมูลที่ได้รับรู้มาเสมอ...
สำหรับเพียซ มีความเห็นว่า การคิดซ้ำเพื่อให้ได้ความหมายนั้นๆ ไม่อาจได้คำตอบชัดเจนได้ เรายังคงสงสัยอยู่นั่นเอง ดังนั้น การทดลองกระทำบางอย่างเพื่อทดสอบข้อมูล จะทำให้เรายืนยันได้ว่า ข้อมูลที่เรารับรู้มาแล้วสงสัยอยู่นั้น จะจริงหรือไม่ ?
ถ้าเราตรวจสอบโดยการกระทำแล้ว ปรากฎว่า ได้ผลตรงกับสิ่งที่เราได้รับรู้มา (อาจทดสอบหลายครั้ง) เราก็จะสำคัญว่าสิ่งนั้นเป็นจริง ซึ่งการสำคัญว่าจริงนั่นเอง เรียกว่า ความเชื่อ
ต่อไปเราก็อาจทำอะไรความเชื่อนั้นๆ และนั่นคือ นิสัย นั่นเอง...
.........
สมมุติว่า โยมคุณหมอ ได้รับการบอกเล่าว่า ทิงเจอร์รักษากลากได้ (นี้เป็นข้อมูล)
โยมคุณหมอก็สงสัยว่า ทิงเจอร์จะรักษากลากได้จริงหรือ ? เพราะตามที่รู้มาและเคยใช้นั้น ทิงเจอร์เพียงแต่รักษาแผลสดเท่านั้น แต่กลากมิใช่แผลสด ดังนั้น ทิงเจอร์ไม่น่าจะรักษากลากได้ (นี้เป็นการสงสัย และการคิด)
(เพียซบอกว่า การคิดจะไม่สามารถให้คำตอบนี้ได้ชัดเจน นั่นคือ เราก็ยังสงสัยอยู่อย่างนั้น) แต่เมื่อทดลองนำทิงเจอร์มารักษากลาก แม้ถ้าว่าลองดูแล้ว ครั้งแรกรักษากลากหาย ครั้งที่สองรักษากลากหลาย... โยมคุณหมอก็ค่อยๆ มีความเชื่อเกิดขึ้นว่า ทิงเจอร์รักษากลากได้
ต่อไป... เมื่อจำเป็นจะต้องรักษากลาก โยมคุณหมอก็ใช้ยาทิงเจอร์ ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง.... (นี้คือ นิสัย ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อ)
.......
แต่ ถ้าลองดูแล้ว ทิงเจอร์ไม่สามารถรักษากลากได้ แม้ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม... โยมคุณหมอก็อาจมีความเชื่อว่า ทิงเจอร์ไม่สามารถรักษากลากได้...
และต่อไป... โยมคุณหมอก็จะไม่ใช้ทิงเจอร์รักษากลากอีกเลย... (นี้ก็คือ นิสัย ที่เกิดจากความเชื่อเหมือนกัน เพียงแต่มีนัยตรงข้ามเท่านั้น)
.........
ตามนัยนี้ อาจได้ว่า ความรู้สึก (ใจ) - การรับรู้ข้อมูล - สงสัย - ความคิด - ตรวจสอบโดยการกระทำ - ความเชื่อ - นิสัย
อาตมาสำคัญว่า เพียซมีแนวคิดทำนองนี้ แต่จะตรงกับแนวคิดของเพียซหรือไม่ ? โยมคุณหมอต้องไปอ่านเอาเอง...
เจริญพร