สวัสดีจ้ะน้องต้อม
ดูเหมือนต้อมจะเหนื่อยนะจ๊ะ เท่าที่พี่รู้จักต้อมมาพี่มั่นใจว่าต้อมจริงใจ จริงจังคนหนึ่งเลยล่ะจ้ะ
พี่เห็นความเห็นของกัลยาณมิตรทุกๆท่านที่เข้ามาช่วยต้อมคิด ช่วยชี้ และให้กำลังใจโดยเฉพาะเสียงจากลูกศิษย์ของน้องเอง..เป็นสิ่งที่ทำให้พี่ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งที่ต้อมทำเลยล่ะจ้ะ
ความจริงและกำลังใจจากลูกศิษย์ี่ทำให้น้องหายเหนื่อยขึ้นบ้างมั้ยจ๊ะ ?
พี่เชื่อนะว่ามีเด็กๆจำนวนไม่น้อยที่เค้าเห็นความแตกต่างระหว่างน้องกับอาจารย์ท่านอื่นๆ..จากคำกล่าว"วิชาที่ไม่ค่อยมีคนกล้าลงกันเพราะกลัวอาจารย์ แต่ผมก็ลองของซะงั้น แล้วก็โดนของเล่นซะจริงๆด้วย"..เห็นได้ชัดว่าเค้ารู้แล้วว่าสิ่งที่เค้าได้ไปนั้นเค้า " ได้สิ่งใด "...ซึ่งพี่ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ชัดเจนเลยนะจ๊ะ
ส่วนคำว่ากลัวนั้นเป็นคำที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจกับผู้รับได้ไม่น้อย เพราะการที่เราเลือกเป็นครู..ทุกคนคงไม่อยากเป็นครูที่ลูกศิืษย์กลัวแบบที่ต้อมกล่าวมา..แต่พี่จะชวนมองอีกแง่จ้ะ ว่าคำว่ากลัวของเด็กๆนั้นอาจไม่ได้มีความหมายที่น่าสะเทือนใจแบบที่เราเข้าใจได้มั้ย...เพราะถ้าเด็กๆเค้าลงเรียนกับเราแม้จะมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดก็ตาม..แสดงให้เห็นว่าเค้าพร้อมและมีความตั้งใจที่จะี่เรียนรู้กับเราในระดับหนึ่งเลยล่ะจ้ะและเค้าก้าวข้ามธรณีประตูของความกลัวออกมาแล้วแม้ในบางคนอาจมีความรู้สึกลังเลใจก็ตาม....
ส่วนคนที่มาด้วยความท้าทายเค้าก็ก้าวข้ามความกลัวมาเหมือนกันจ้ะต้อม..สิ่งเหล่านี้อาจจะบอกเป็นนัยได้มั้ยจ๊ะ้ว่าแท้ที่จริงแล้วเราอาจจะตีความความหมายในคำพูดของเค้าเกินกว่าที่เค้าหมายความจริงๆก็ได้นะจ๊ะ
ธรรมชาติของมนุษย์เรามักจะ ตีความ เชื่อมโยง ในสิ่งที่เรารับรู้..ไปสู่กลุ่มชนว่าทุกคนน่าจะคิดเช่นนั้นจ้ะต้อม และรูปแบบการคิดแบบนี้ล่ะจ้ะที่ทำให้เราทุกข์ ..แต่ความเห็นของลูกศิษย์ของน้องก็บอกได้ชัดนะจ๊ะ้ว่า " ไม่ใช่ทุกคนที่คิดเช่นนั้น " .. และดีไม่ดีคนที่คิดเช่นนั้นอาจเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยในสังคมก็ได้ ตัวอย่างของการคิดแบบนี้ก็เช่นการที่มีคนตีความเหมาเข่งกับการแสดงออกของคนกลุ่มหนึ่งว่าคนไทยรักอดีตนายกฯ ( ทุกคนรัก? ) ^ ^
เอาใจช่วยให้ต้อมก้าวข้ามทุกข์ในใจได้นะจ๊ะ..กอดแน่นๆทีจ้ะ