เมื่อวันที่ 20 ก.พ.นี้ ได้รับเชิญจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชลบุรี ไปร่วม พิธีทางสงฆ์โครงการวันมาฆบูชา ได้เห็นความน่ารักของเยาวชนประมาณ200กว่าคนที่อายุยังไม่ถึง 18ปี แต่ความรู้เท่าไม่ถึงการของวัย ทำให้ต้องเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ เหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วต้องให้ครูใหญ่มาพิจารณา ว่าควรจะทำเช่นไรต่อไป ซึ่งความผิดเล็กๆน้อยๆ ถ้าเป็นสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ก็แค่โดนคนรอบบ้านว่ากล่าวตักเตือน แต่เด็กพวกนี้เข้าไปทำความผิดในสถานที่ร้านค้า เช่น 7-11 สรรพสินค้า ห้างร้าน และสถานที่ต่างๆที่มีการรักษาความปลอดภัย ก็เลยต้องถูกเข้ามาพิจารณาความผิดที่กระทำในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิด เช่นนี้
ได้พูดคุยกับนักวิชาการ 8 ของสถานพินิจ ถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีทั้งหลาย เช่น การใช้คำพูด การกระทำต่างๆ เปรียบเทียบกับ การศึกษาในระบบโรงเรียน กับนอกระบบโรงเรียนแล้ว จะเห็นว่า เด็กในระบบโรงเรียนมีคำพูดและกิริยา ที่ไม่เหมาะสมมากมาย แต่ เด็กนอกระบบโรงเรียนกลับมีคำพูดที่ดูดีกว่า เหตุเพราะว่า ความแตกต่างของอายุ ความเกรงใจในระดับกลุ่มผู้เรียน ที่ กศน.ให้มีการเรียนในระดับ ประถม ม.ต้น ม.ปลาย ในห้องเดียวกัน แต่ในระบบโรงเรียนทุกคนไม่มีความแตกต่างกันจึงไม่มีความเกรงใจกัน แต่มีความเป็นเพื่อนใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้มีพฤติกรรมที่ต้องคล้อยตามกัน ไม่มีใครคอยทักท้วงห้ามปราม ชี้แจงถึงความถูกต้อง การทำความผิดจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีศักย์ภาพทัดเทียมเพื่อนในกลุ่ม
กศน.เจริญก้าวหน้าเพราะครูในโรงเรียนขาดความตระหนักที่จะอบรมศิษย์ถึงความประพฤติ หากศิษย์ทำตัวเหลวไหลก็จะถูกดุด่าว่าให้ไปเรียน กศน. ทั้งที่คะแนนเรียนก็ไม่ได้แตกต่างไปกว่าเด็กที่ว่าดีอะไรนักหนา แต่เด็กพวกเกเรจะอับอายแล้วย้ายไปเรียน กศน.
แล้วทำไม กศน.จึงทำให้เด็กเหล่านั้น จบการศึกษา นำใบ รบ.ไปเรียนต่อหรือทำงานในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ
พวกเราเคยนึกภูมิใจตัวเราเองไหม?