ความเห็น 55272

นี่คือ โจทย์ความรู้สึก ของ KM Intern คนแรก

ลิขิต
IP: xxx.151.216.4
เขียนเมื่อ 

ขอบคุญ อาจารย์ทุกท่านค่ะ 

  • จะปรับปรุงบันทึกให้ ที่ สคส. นะคะ
  • ได้ชี้แจงเหตุผล เรื่องการบันทึกแบบลายตา ต่อคุณศุภลักษณ์แล้ว ขออภัยทุกๆท่านมา ร ที่นี้ด้วยค่ะ  ที่ทำให้ปวดหัว ลายตา

เรียน อาจารย์ขจิต 

  •  เกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเองในระดับเกินคาดหวังในช่วง 3 เดือนนี้  วันเสาร์ และอาทิตย์ ที่ผ่านมา ได้ทำสุนทรียสนทนา กับ เพื่อนที่เคยสุนทรียสนทนาพัฒนาตนเองกันมาก่อน 2 คน   สรุปได้กับตัวเรา เมื่อผ่านการทบทวน ว่า "เกิดภาวะไม่ยินดียินร้าย" ตัดได้ วางได้  ทำให้ แยกแยะ ได้ละเอียดขึ้น  มองได้ลึกขึ้น  ดังนั้นเมื่อภาวะจิตของตัวเราพร้อม  ก็จะสามรถช่วยคนอื่นได้
  • รออ่านบันทึกต่อไปนะคะ ว่าคุณลิขิต น่าจะทำอะไรต่อไป...
  • สิ่งหนึ่งที่อยากทำ คืออยากคัดคน มาช่วยฝึกทักษะ  การฟัง พูด ซึ่งเป็นพื้นฐาน ของ...คล้ายการพัฒนาศักยภาพคน หรือ KM ในคน แต่ต้องใช้สุนทรียสนทนาเป็นรายๆไป
  • เวลาที่เหลือ อาจจัดกระบวนการ ช่วยเจาะหาช่องทาง ความสำเร็จของงาน  สำหรับ บางองค์กร บางหน่วยงาน หรือเป็นการทำ Culture Change เพราะเราเกิดมา เพื่อเป็นตัวเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยเฉพาะ  เราก็ค้นหาตัวเอง พิสูจน์ให้ได้ ว่าเป็นเช่นนั้นจริงค่ะ
  • สิ่งที่ได้ จากการเป็น KM Intern แยกแยะเป็น
  1. ข้อมูล ตรงนี้นำไปใช้วางแผนทำงานได้ค่ะ ที่จะช่วยเหลือประเทศชาติ  ข้อมูลที่เราได้รู้มา คือ ข้อมูลที่เราจำเป็นต้องรู้ ไม่ใช่บังเอิญแน่นอนค่ะ เพราะสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมที่เรารู้อยู่ก่อนแล้ว ได้อย่างเต็มภาพ
  2. ความรู้ในลักษณะซึมซับ  บางอย่างเราก็ยังไม่รู้ตอนนี้ ว่าเรารู้จนกว่าจะถูกใช้ หรือถ่ายทอดออกมา  ดังนั้น เราต้องลงมือทำแน่นอนค่ะ ยกตัวอย่าง  โดยส่วนตัว ไม่มองแยก  ระหว่าง เรื่องการบริหารจัดการ กับ KM  คือ ผู้บริหารเรียนรู้สิ่งที่ควรเรียนรู้  ไม่ใช่เรียนรู้ทุกอย่าง ต้องเลือกเรียนรู้  แล้วนำความรู้นั้น มาบริหารจัดการต่อยอด เชื่อมโยงต่อ
  3. ความรู้ที่สัมผัสได้ อาจเป็น เอกสารทั้ง แบบ Soft และ Hard copy  หรืออื่นๆที่เผยแพร่แล้ว  ก็เก็บไว้ใช้ยืนยันการทำงานค่ะ
  • อาจพูดได้ว่าข้างต้น คือการสรุปรวบยอดความคิด ที่ได้จาการเรียนรู้ KM กับ สคส. ค่ะ