สวัสดีครับท่านไม่มีรูป . สาวดอย

ขอบคุณมากๆครับที่ร่วมเเบ่งปัน...

ขออณุญาตแป่งปันเรื่องราวความคิด  นะครับ...หากว่าจะเกิดวาระที่ตรงกัน

เรื่องเก้าอี้คงเป็นการเปรียบเทียบ..เป็นการถอดบทเรียนตนเองที่เกิดขึ้นจริงนะครับ

การใช้ภาษา...เป็นเพียงทักษะของเราที่พยามจะสื่อ..

อาจจะเป็นเพราะภาวะจิตขณะนั้นๆที่เชื่อมกับบทเรียนที่เกิดขึ้น กับจริตของกระทิง..

 

อยากให้ท่านสาวดอยมองผ่านตัวอักษร  มองผ่านม่านสังขาร(การปรุงแต่ง)

มองผ่านอกุศลจิตที่ละเอียด  ที่อาจจะทำให้เราได้แสดงความเห็นที่อาจจะเป็นการลบหลู่กับผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรที่ดีของเรา...

หากเราจะออกจากใข่แดงเพื่อออกจากกระบวนการตัดสินใจต่อเรื่องราว  วาระต่างๆ  ด้วยวงจรแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ...อาจจะทำให้เราเบาสบายขึ้นก็ได้นะครับ

ถ้าหากวิถีเดิมๆ  เต็มไปด้วยกระบวนการที่ใช้ความกลัว  ความหวาดระแวงเป็นพื้นฐานในการทำงานร่วมกัน  ในการสัมผัสกัน...  ก็จะเกิดความเค้นและตึงมากขึ้นนะครับ...

ระยะเวลาแห่งความเข้าใจ

ระยะเวลาแห่งการเรียนรู้..ที่จะเห็นความจริง..ภายในตัวเอง

 

ความจริงที่เกี่ยวกับเรื่อง

  เก้าอี้..

  คนที่เคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้

 การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณของคนที่เคยนั่ง จากอดีต สู่ปัจจุบัน

  ความจริง  ความดี  ความงาม และสิ่งที่ผู้คนนั้นทำ  หรือกรรมที่เคยทำ

 บทเรียนที่ถอดออกมา..ด้วยความบริสุทธิ์ใจ  ด้วยความรักห่วงใยต่อกัลยาณมิตร

 และกระบวนการ..ที่พยามสื่อให้เห็นว่าเจ้าคนที่เคยนั่งเก้าอี้ตนนี้...มันเลว ชั่วร้าย

 เป็นการมองที่เลือดเย็น...แบบกะว่าไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดเลย...

 

จะเป็นการสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้ในกระบวนทัศน์ใหม่อย่างอย่างหาก

ว่าท่านจะเชื่อเช่นนนั้นด้วยครับ...ผมเชื่อมั่นว่าท่านจะห้อยแขวน ชั่งใจ รอเวลา1ปี 2 ปี  3 ปี  เพื่อให้โอกาสผู้อื่น  และตนเอง...

 

 

เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดจากความแตกต่าง....ความไม่เข้าใจกัน..

ถ้าแม้เพียงใช้วิถีเดิมคือการกล้าเผชิญต่อเรื่องราว...

 ละซึ่งวิถีเดิมที่เราเหล่านักรบเพื่อองค์กรกลัว..คือการซ่อนเรื่องราวไว้ฉากหลัง

 

  ผมเชื่อในความดีของทุกคน  มากน้อยต่างกัน...

  แต่เชื่อว่าเพราะความไม่รู้จึงอาจจะทำให้เรา ได้ล่วงเกินต่อกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 กระบวนการสื่อสารต่างๆ  ทั้งทางตรง  ทางอ้อม  ผ่านสื่อ  ผ่านอายตนะ  หรือผ่านความรู้สึก  เชื่อแน่ว่าทุกผู้ทุกคนต่างสัมผัสได้....

 

 หากเราจะแสดงความเมตตาต่อกัน...ทั้งต่อหน้า ลับหลัง

เมตาตาต่อตัวเราเอง...

เมตตาต่อความผิดพลาดของกันและกัน..

 

ขอให้เราอยู่กับปัจจุบันเสมอนะครับ

เป็นผู้ดูให้มากที่สุด  ดูกาย(รูป) และอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และใจ(นาม)

  เราอาจจะเห็นว่ามันเป็นธรรมชาติ ที่จะสุข ทุก เฉยๆ ขึ้นลง 

 ขอเพียงรู้  รู้บ่อยๆเข้าไว้นะครับ เท่านี้พอ

 

แล้วนานๆไปเราก็จะเข้าใจเจ้าความคิดนี้เราที่เกิดขึ้นวันนี้  เช่นนนี้เองครับ

  หรือ ต้องการเก้าอี้ตัวนั้นมานั่งเอง ...???