ดิฉัน เป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลที่ขอนแก่น ครอบครัวพ่อแม่อยู่อุดรธานี มาตรวจสุขภาพตามแพทย์นัด เดือนละ 1 ครั้ง
เมื่อเดือนที่แล้ว หลังปีใหม่ พ่อแม่มาตรวจตามแพทย์นัด ผลตรวจยังมีปัญหาสุขภาพที่ต้องดูแลต่อเนื่อง
แม่เป็นเบาหวาน ดูแลสุขภาพตัวเองดีมาตลอด ครั้งนี้แพทย์พบว่ามีหัวใจโตเล็กน้อย
พ่อเป็นโรคเก๊าท์ ขาไม่บวม ไม่ปวดแล้ว ครั้งนี้แพทย์พบความดันโลหิตสูงขึ้น
ดิฉัน ก็แนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารเค็ม ไม่ดื่มสุรา ออกกำลังกาย และรับประทานยาตามแพทย์สั่งต่อเนื่อง และการติดต่อสถานพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 และบอกจะโทรถามข่าวทุกวัน
แม่ก็บอกว่า ไม่ต้องโทรหรอกลูก ค่าโทร แพง หรือเวลาจะไป
ดิฉันให้น้องสาวคนเล็กขับรถไปส่งพ่อแม่ที่ต่างจังหวัดหลังจากตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเสร็จ พ่ออายุ 75 ปี แม่อายุ 65 ปี ระยะการเดินทาง 80 กม. ดิฉันได้ฟังน้องสาวเล่าให้ฟังว่า ระหว่างขับรถ พ่อกับแม่พูดคุยถึงผลการตรวจสุขภาพ ถ้าหากความตายเกรงว่าลูก ๆ จะลำบาก จึงได้ผลัดกันบอกสิ่งที่ลูก ๆ ต้องปฏิบัติเมื่อพ่อแม่ตาย สิ่งที่พ่อแม่ชอบให้ทำ สิ่งไม่ชอบไม่ให้ทำให้ เงินที่ใช้จัดงานศพให้ จะมีมาจากที่ใดบ้าง ยังห่วงลูก ๆ มีการแบ่งปันเงินที่ได้จากระบบ เช่น เคยส่งเงินทำประกันชีวิต กับเครือข่ายกองทุนต่าง ๆ ว่าส่วนไหนจะใช้ทำอะไร ที่เหลือจะยกให้ใคร มีเหตุผลประกอบว่าทำไมจึงให้คนนั้น คนนี้ บอกเวลาที่ใช้จัดการกับงานศพ บอกวิธีทำกิจกรรมงานศพ บอกการเชิญคนรู้จัก บอกให้ช่วยเหลือคนมาช่วยงาน แม้เป็นเศษเงินที่น้อยนิด หรือเขาไม่ต้องการเพราะมีน้ำใจอยากมาช่วย ลูก ๆ ก็ต้องหยิบยื่นให้กับเขาบ้าง เขาอุตส่าห์มีน้ำใจมาช่วยงานและร่วมแสดงความอาลัย ถ้าลูก ๆ ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ก็ให้ไปสอบถามผู้มีประสบการณ์
น้องสาว...ฟังแล้ว ใจหดหู่ ทำไมพ่อแม่พูดเหมือนจะสั่งเสีย ใจไม่ดีกำลังขับรถอยู่ แต่ก็รีบพูดกลบเกลื่อนไปทางอื่น ๆ เช่น พ่อแม่ไม่ตายง่ายหรอก ถ้าพูดตอนนี้ หนูนี่แหละที่จะเป็นอะไรไปก่อน ไม่อยากให้พูด .....ถ้าพ่อตาย....แล้วใครหล่ะจะมาลับมีดให้หนูใช้ ถ้าแม่ตาย...แล้วใครหล่ะจะมาบอกสูตรทำอาหาร ขนม ให้หนู .....จากนั้นทุกคนก็ผ่อนคลาย ได้หัวเราะ น้องสาวขับรถส่งถึงบ้าน แล้วขับกลับ มาเล่าให้พี่สาวอีก 2 คน ฟัง
น้องสาวอีกคนของดิฉันก็สีหน้าไม่ค่อยดี กลัวเป็นรางร้ายบอกเหตุ กับพ่อแม่
ดิฉัน คิดว่า เข้าใจพ่อแม่ ท่านไม่กลัวความตาย แต่กลัวลูก ๆ ลำบาก ทำอะไรไม่ถูก จึงพูดเพื่อเป็นการเตรียมพร้อม หากเกิดการณ์ ลูก ๆ จะได้ดูแลตนเองให้สามารถจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่พ่อแม่ต้องการ เมื่อไม่มีชีวิตอยู่แล้ว.......
ดิฉัน..กลับมาถามพี่พยาบาล (ผู้เชี่ยวชาญ) ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชา ปัจจุบันอายุ 57 ปี
ดิฉัน ถามว่า "สิ่งที่พ่อแม่พูดเตรียมลูก ๆ เกี่ยวกับเรื่องความตาย เป็นเรื่องที่ลูก ๆ ต้องรู้ในตอนนี้หรือเปล่า"
พี่เขาตอบว่า "เป็นสิ่งที่ดี ไม่แปลกหรอก พี่ก็ทำแบบนี้เหมือนกัน เขาก็มีลูกสาว 2 คน เวลาไปไหนมาไหนเขาก็จะเตรียมการล่วงหน้าทุกครั้ง ว่า เขาจะเก็บสมุดบัญชีธนาคารวางไว้ที่ไหน และโทรบอกลูกทุกครั้ง เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ จะเกิดเมื่อใดก็ได้ ดังนั้นการที่พ่อกับแม่พูดอย่างนั้น จึงถือเป็นเรื่องที่ดี"
ดิฉัน...จึงให้น้องสาวคนเล็ก จดบันทึกสิ่งที่พ่อแม่พูดไว้ให้ลูก ๆ คนอื่น ได้อ่าน ว่าพ่อแม่คิดไว้อย่างไร จะให้ใครทำอะไร...อย่างน้อยก็เข้าใจ....ที่พ่อแม่พูด ก็เพราะ.....ท่านเป็นห่วงพวกเรามาก.....นั่นเอง
ดิฉันจึงขอร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในบล็อกนี้ ไว้เท่านี้ก่อนนะคะ