สวัสดีครับ อ.ทิพย์ฯ

  • สังคมต้องเปลี่ยนแปลง หยุดไม่ได้
  • เรายอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่เปลี่ยนแปลงอย่างไรจึงจะสมดุลทุกภาคส่วนและได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์
  • สังคมปัจจุบันมันซับซ้อนมากกว่าอดีตมากมายตั้งแต่เราทำ "สัญญาเบาริ่ง" เป็นต้นมา เมืองก้าวไปสุดโต่ง  ชนบทวิ่งตามเมือง แต่อย่างไรก็ไม่ทัน และไม่จำเป็นต้องวิ่งให้ทัน เพราะการวิ่งไปข้างหน้าของเมืองแบบระบบปัจจุบันเป็นการวิ่งไปหาจุดจบของตัวเอง
  • เพลิดเพลินกับวัตถุนิยม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโอกาสมากกว่า แล้วไปกำหนดว่าชนบทต้องก้าวตามในทิศทางเดียวกัน...
  • หากมีใครมาร่วมมือกันกับชนบท นั่งใตร่ตรอง เอาข้อมูลต่างๆมาพิจารณากัน 3 วัน 5 วัน ทบทวนวิถีชีวิตที่ผ่านมา มองไปดูอนาคตที่จะก้าวไป อะไรมันควรไม่ควร ตัวอย่างมากมายในสังคม หยิบเอามาวิเคราะห์เจาะลึกกัน มันก็ได้คนกลุ่มหนึ่งที่เกิดสติขึ้นมา แล้วก็หันมาคุยต่อว่า แล้วทางออกคืออะไร ด้านสุขภาพ ด้านการเกษตร ด้านการศึกษา ด้านความเป็นอยู่ ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และ .....ลูกหลานของเราจะเอาอย่างไร..และ.......
  • คุยกันซะ แล้วกำหนดแนวทางขึ้นมาแล้วก็ทำในระดับครับเรือน ระดับกลุ่ม ระดับหมู่บ้าน ระดับเครือข่าย และมองไปในอนาคตระดับพื้นที่ ภูมิภาค.....จนชั่วชีวิต
  • มันเป็นการปฏิวัติอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่เอาปืนผาหน้าไม้มาฆ่าฟันกัน แต่ปฏิวัติตัวเอง ครอบครัวเรา เพื่อนบ้านเรา .....
  • โดยทั่วไปเราทำตามเงื่อนไขที่เราสามารถทำได้ มันไม่ครอบคลุมรอบด้านอย่างที่คิดฝัน  ก็ค่อยๆทำกันไป คุยกัน แลกเปลี่ยนกัน ขยายกันไป
  • บางคนก็ทนแรงทุนไม่ไหวก็หันกลับไปบริโภคอีก  ก็ปล่อยไป หลายคนก็ก้าวเข้ามาใหม่...ก็เกาะเกี่ยวกันไป การปฏิบัตินี้เรียกการปฏิบัติเงียบ
  • โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิวัติจิตสำนึกตัวเองก่อน...
  • ครับพูดน่ะง่าย ทำน่ะยาก ก็ค่อยๆไปพร้อมกับทวน "กระแสหลัก" จิตไม่แกร่งจริงก็หลุดตามกระแสไป..
  • แลกเปลี่ยนกันแค่นี้ก่อนครับ อาจารย์ครับ