ที่คุณ Sasinanda กล่าวนั้น มีประเด็นสองประเด็น คือ (๑) เราจะหลุดจากวงจร........  (๒) เรื่องของความเสี่ยง

(๑) หลุดจากวงจร  คงหมายถึง หลุดจาก "กรอบ" เก่าๆ  เรื่องนี้  ถ้าเกี่ยวกับวัฒนธรรมแล้ว  เราควรอย่างยิ่งที่จะอยู่ในกรอบ "ของสังคมของเรา"  แต่ถ้าเกี่ยวกับ "ความคิดด้านปัญญา" แล้ว  เรา"ต้อง"  ทะลุกรอบแหละครับ จึงจะดี  เหตุผลคือ "เพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์โผล่ออกมาจากที่ซ่อน"  เช่น

ครูให้เราท่องจำว่า " 2x1=2, 2x2=4, .... "  และเราคิดว่า "ถูกแล้ว, จริงอย่างที่สุดแล้ว, แก้ไขไม่ได้, ต้องจำไว้"  เราก็"ไม่มีโอกาส"พบของใหม่ด้วยตัวเองเลย !!!

แต่ถ้าเด็ก ๑๐ ปี คนหนึ่งบอกครู่ว่า " 2x1=10" (คิดทะลุกรอบ, ไม่ตามหลังผู้ใหญ่, เขาหัวล้านนอกครู, เขาไม่สนใจต่อการอาบน้ำร้อนมาก่อนของครู, ฯลฯ)  เมื่อ ๘๐ ปีมาแล้ว !!! 

แล้ว  เด็กอายุ ๑๐ ปีของเราคนนี้ก็เป็น "อัจฉริยะ"แล้วครับ เพราะนั่นมัน Modern Mathematics คือเลขฐาน ๒ ที่เราเรียนกันในปัจจุบัน !!!

ในกรณีนี้ ควรทะลุกรอบ ครับ 

(๒) กรณีความเสี่ยงนั้น  พวกที่ ค้นคว้าทางบุคลิกภาพเขาพบว่า  มันเป็นกระสวนพฤติกรรมของคนบางพวกครับ  คือ  คนพวกหนึ่ง "ชอบเสี่ยง" คนพวกนี้จะตัดสินใจโผงผางโครมคราม คนกลุ่มนี้จะพบมากในกลุ่ม "นักธุรกิจ"  อีกพวกหนึ่งเป็นพวก "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม"  พวกนี้จะพบในกลุ่มข้าราชการ, นักกีฬากอล์ฟ, ไม่ชอบเสี่ยง ฯลฯ 

ถ้าถามว่าอย่างไหนดีกว่า  ต้องแล้วแต่โอกาส  ถ้าไฟกำลังไหม้บ้าน  เราจะช้าๆได้พร้าเล่มงามไม่ได้,  แต่ถ้าจะเจาะบ่อน้ำมัน ก็ช้าๆได้พร้าเล่มงามจะเหมาะกว่า ฯลฯ

เรื่องเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยนั้น  ท่านว่า"ถ้าเสี่ยงมากย่อมได้กำไรงามกว่าเสี่ยงน้อยหรือไม่เสี่ยง หรือไม่ก็เจ้งไปเลย " ครับ

นานๆคุยเรื่องนี้ที ก็สนุกดีนะครับ