สวัสดีครับคุณหมอ

เรื่องนี้เป็นเรื่องของวุฒิภาวะด้วย แต่เราวิพากย์วิจารณ์มากไม่ได้เพราะกฎหมายห้ามวิพากย์วิจารณ์ แต่อย่างไรก็ตามในเชิงวิชาการ ดุลยพินิจกับอำเภอใจมันคือเส้นยาแดงผ่า๑๖ เลยนะครับ อิอิ เวลาผมปฏิบัติราชการพิจารณาคดีจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง จะดูข้อเท็จจริงครับ แล้ววิเคราะห์ให้ละเอียดถึงการกระทำ องค์ประกอบความผิด ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ ผลกระทบจากคดีที่จะเกิดขึ้นด้วย

คนในกระบวนการยุติธรรมต้องมีความกล้าหาญ ผมพุดคำนี้มานาน มิใช่มาพูดเอาใจหมอที่มาอ่านบันทึก ผมสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาซึ่งเป็นหมอ โดยที่หมอก็ไม่เคยมาพบมาขอร้องในกรณีรักษาคนไข้จนหน้าเฟะ,ผมสั่งไม่ฟ้องคนขับรถยนต์กรณีล้อรถล้ำอยู่ในช่องทางเดินรถของอีกฝ่ายหนึ่ง,ผมสั่งไม่ฟ้องครูตีนักเรียนผิดระเบียบกระทรวงศึกษาในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเพราะขาดเจตนา ฯลฯ ผมถือว่าถ้าฟ้องต้องชนะ ถ้าศาลชั้นต้นยกฟ้องต้องอุทธรณ์ ซึ่งบางคนไม่กล้าอ้างว่าเพราะหลักฐานมันยืนยันว่ามีการกระทำความผิดจริง แต่ผมไม่ขอร้องให้คนอื่นสั่งแบบผมหรอกนะ เพราะคนสั่งจะต้องรับผิดชอบ ผมกล้าสั่งเพราะผมถือว่าผมไม่มีอะไรที่จะทำให้คดีด่างพร้อยจากการกระทำของเราได้

เรื่องนี้ต้องว่ากันยาวครับ อุทธรณ์ฎีกาขอให้อธิบายข้อเท็จจริงลงไปด้วยว่าวิสัญญีแพทย์มีมากน้อยแค่ไหน จำเป็นต้องกระทำแค่ไหน ถ้าไม่ตัดสินใจกระทำผลจะออกมาอย่างไร ผู้มีประสบการณ์ในชั้นสูงจะเข้าใจครับ ผมเชื่อว่าศาลสูงอาจจะยกฟ้องหรือหากจะลงโทษก็แก้คำพิพากษาเป็นรอการลงโทษครับ ยังอยากอ่านคำพิพากษาฉบับเต็มครับว่าศาลมีเหตุผลอย่างไรจึงไม่รอโทษจำคุก นี่เป็นคำพิพากษาที่กระเทือนวงการยุติธรรมเหมือนกันครับ