อาจารย์ครับ

  • บ้านผมเป็นบ้านแรกๆที่เอาข้างพันธุ์ IR 8 จาก IRRI มาปลูกที่ภาคกลาง(วิเศษชัยชาญ) เพราะ ครอบครัวเป็นชาวนา และมีอาเป็นเกษตรอำเภอ จึงให้เอาข้าวนี้มาทดลอง แต่ต้องเป็นพื้นที่ชลประทานเพื่อจัดการเรื่องน้ำได้(ผมเรียนชั้นมัธยมต้น ประมาณปี 2506)
  • คุณพ่อก็รับเอามาเต็มๆ เพราะข้าราชการมาส่งเสริมว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้  ผมเองก็ลงไปขนปุ๋ยเคมี และลุยมากับคุณพ่อ ซึ่งพ่อบอกว่ามันเหนื่อยมากกว่าการทำนาตามแบบดั้งเดิมมาก เพราะต้องเตรียมดินดีดี บังคับน้ำดีดี หากช่วงไหนชลประทานมีปัญหาก็ต้องเอาเครื่องยนต์ฉุดระหัดวิดน้ำใส่แปลงนา ไอ้เครื่องยนต์ฉุดระหัดก็หนักมากๆ ผมหลังเสียก็เพราะไปแบกเครื่องนี้แหละครับ เรายังเด็กๆ ไปแบกของหนักเกินตัว เหนื่อยมากครับ
  • เหตุผลที่สำคัญที่ทำแม้ว่าเหนื่อยเพราะที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่ มีพี่น้องตั้ง 6 คน ทุกคนเรียนหนังสือหมด
  • แล้วจะเอารายได้จากที่ไหนมาส่งลูกเรียนหนังสือ มีทางเดียวคือ ทำนาให้ได้ข้าวมากๆจะได้ขายเอาเงินมาส่งลูกเรียน
  • ผมจำได้ บางเทอมผมยังต้องไปแบกข้าวเปลือกออกจากยุ้งไปขายเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าเทอมเลยครับ
  • ชาวบ้านจะไปรู้อะไร..นักวิชาการเกษตร ราชการ นั่นแหละมาป่าวประกาศ โฆษณา ใครอยากได้ข้าวมากๆให้เปลี่ยนพันธุ์ข้าวเป็นชนิดใหม่  ข้าวเดิมๆที่เรียน ขาวตาแห้ง และอะไรอีกมากมาย(ลืมแล้ว) ถูกทางราชการมาเสนอให้เปลี่ยนพันธุ์  เพราะดีอย่างนั้นอย่างนี้ ชาวบ้านก็เอาตามเจ้าหน้าที่
  • เมื่อใส่ปุ๋ย โอย วัชพืชขึ้นเต็มนาเลย ก็ต้องวิ่งไปเอายามาปราบ ปูปลาตายเกลี้ยง หมู หมาก็ตายไปหลายตัว เพราะไปกินปูกินปลาที่มีสารพิษเข้าไป ลามไปถึงคนตาย เพราะทะเลาะกัน น้อยใจก็กรอกยาฆ่าแมลงตรากะโหลกใขว้เข้าไป เรียบร้อย ตายสนิท
  • เมื่อก้าวไปแล้วก็ไม่หวลกลับแล้วครับ เพราะภาคกลางพื้นที่ชลประทานเข้ามาถึงทุ่งนาที่กว้างขวางหมดแล้ว
  • เมื่อได้ข้าวเปลือกมากขึ้นก็จริง แต่งานหนัก เสี่ยงอันตรายยาต่างๆ แถมเลวร้ายคือ ข้าวราคาตกต่ำ  ผลิตมาแทบตายถูกพ่อค้าโรงสีกินไปหมด ขูดรีดราคาหมด
  • มันเหนื่อยฟรี..แต่ก็ต้องทำ ไม่งั้นจะทำอะไรล่ะ หากชาวนาไม่ทำนา แถบบ้านสมัยนั้นแม่บ้านใช้เวลาว่างซื้อหวายมาสานตะกร้า และเครื่องใช้ต่างๆ จนเด่นดังที่สุดก็ที่บางเจ้าฉ่านั่นแหละ ความจริงหมู่บ้านริมแม่น้ำน้อยนั้นทำเป็นทุกบ้านแหละครับ
  • วกเข้ามาที่ปฏิบัติเขียว เมื่อแนวคิดนี้เข้ามาก็สนุกซิ นักวิชาการก็สนุก มหาวิทยาลัยก็มีภาควิชาส่งเสริมการเกษตร ก็ส่งเสริมกันใหญ่ เข้าทางร้านค้าธุรกิจเกษตร ร้านขายปุ๋ย รวยกันตามๆ ข้าราชการสนับสนุนให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยได้มากก็มีคอมมิชชั่น อีก ตันละ 50 บาท ก็สนับสนุนกันใหญ่ ชาวบ้านก็ตามซิครับ
  • ความรู้ไม่เท่าทัน  แต่ก็เป็นบทเรียน ใครปรับตัวได้ก็รอดไป ใครปรับตัวไม่ได้ก็จมลงไปครับ