สวัสดีค่ะ(พระ)อาจารย์ภีม
ขอเข้ามา "ช่วงชิง" พื้นที่ในการสร้างความหมายด้วยคนนะคะ (จริง ๆ แล้วโดยหลักการก็คิดเห็นสอดคล้องกับอาจารย์ภีมนั่นแหละค่ะ อาจมีแตกต่างบ้างในรายละเอียดและวิธีการขับเคลื่อน)
ตัวเองเป็นคนชอบศึกษาเรื่อง "ภาษา" เพราะคิดว่าตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่สามารถสื่อผ่าน "จิต" กันได้ ก็คงยังจำเป็นต้องใช้ภาษาเป็น "สื่อกลาง" ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภาษาจึงเป็น "ราก" ของทุกเรื่อง ซึ่งหากผู้คนในสังคมทุกระดับเข้าใจร่วมกันและให้ "ความหมาย" ร่วมแล้วได้ชัดเจนแล้ว ย่อมนำสู่ทิศทางการขับเคลื่อนสังคมนั้น ๆ สู่ "เป้าหมาย" เดียวกัน และย่อมทำให้การปฏิบัติการทางสังคมบรรลุผลคือบรรลุถึงเป้าหมายได้ค่ะ
สวัสดิการตามรากศัพท์บาลีที่ได้ค้นคว้ามานั้น คำว่า "สวัสดิ หรือ สวัสดี " มาจากคำว่า "โสตถิ" ซึ่งเป็นคำผสมมาจาก 2 คำคือ สุ แปลว่า "ดี" และ อตฺถิ แปลว่า "มีอยู่ ย่อมมี จะมี" แปลรวมความได้ความหมายว่า "ความมีสิ่งดี ๆ / จะมีแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต"
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากการกราบถามพระอาจารย์ ท่านเมตตาอธิบายขยายความว่า เวลาที่เรารับพรพระ จะมีประโยคที่ว่า "สทา โสตฺถี ภวนฺตุ เต....ฯ " สทา แปลว่า "ในกาลทุกเมื่อ" โสตฺถิ แปลว่า "ความสวัสดีทั้งหลาย" ภวนฺตุ แปลว่า "จงมี" และสำหรับคำว่า เต แปลว่า "แก่ท่าน"
ดังนั้น พระจึงให้พรพวกเราว่า "ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อ เทอญ"
สวัสดิการ จึงหมายความถึง "ความมีสิ่งดี ๆ (ในชีวิต)" นั่นเอง
โจทย์ก็คือ แล้วเราให้ความหมายของคำว่า "ดี" อย่างไร???
ผู้คนในสังคม "เข้าใจ" และ "เข้าถึง" คำว่า "ดี " นี้อย่างไร???
ตัวเองคิดว่าสื่งที่ท่านอาจารย์ป๋วยกล่าวอ้างคือ คำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า “เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา เรื่องตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ ” เป็นสิ่งจริงแท้ ซึ่งก็มีคำถามตามมาคือ แล้วเราจะสร้างขบวนการทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนเรื่องของ "ปัญญา ตรัสรู้ ความเพียร ความสำเร็จอินทรีย์ และความเสียสละ" กันได้อย่างไร???
ถือว่าเป็นคำถามที่ "ชวนคิดชวนคุย" ตามประสาคนขับเคลื่อนงานทางสังคมด้วยกันนะคะ