เป็นเรื่องจริงที่โดนใจมากครับ

กระผมเคยเจอประเภทกลัวเสียหน้าครับ กลัวว่าจะได้ผลผลิตไม่เท่าเพื่อนหรืออยากได้มากกว่าเพื่อนเพื่อจะได้เอาไว้คุยว่าตัวเองเก่งได้ผลผลิตมากกว่า กระผมก็พยามยามอธิบายว่าให้คำนึงถึงต้นทุนเป็นหลักว่าคุ้มหรือเปล่าไม่ต้องไปกังวลว่าจะได้ผลผลิตมากกว่าหรือน้อยกว่าคนอื่น แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าเห็นหรือรู้ว่าเพื่อนใช้อะไรตัวเองก็จะต้องใช้ให้เหมือนเพื่อนถ้าไม่ได้ใส่แล้วนอนไม่หลับ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงจริงๆครับ (ถ้าเขาเข้าใจความต้องการของพืช กับสิ่งที่มีอยู่ในดินเขาจะเชื่อผมหรือเปล่านะว่าถึงเป็นพื้นที่เดียวกันก็ไม่ต้องใส่ให้เหมือนกัน) กระผมเคยเอาปุ๋ยน้ำชีวภาพไปให้เขาทดลองใช้ เขาก็ใช้แล้วก็ตามด้วยปุ๋ยเคมี เพราะเขาเคยใส่ถ้าไม่ได้ใส่ก็กังวล เลยเป็นอันว่าหันกลับไปใช้ปุ๋ยเคมีตามเดิม แต่กระผมก็ยอมรับในความสามารถในการพัฒนาการปลูกพืชในช่วงประมาณสามปีที่กระผมมาอยู่ที่ตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบฯ ช่วงแรกเป็นหน่อไม้ฝรั่ง แรกๆได้ผลดี(ทั้งราคาและผลผลิต)ต่อมาปลูกตามกันแล้วก็เจอปัญหาราคาตก ต้นทุนสูง ผลผลิตไม่ดี เลยเปลี่ยนเป็นถั่วลิสง ถั่วฝักยาว หัวผักกาด จนกระทั่งปัจจุบันกำลังบูมการปลูกมันเทศครับ เนื่องจากต้นทุนต่ำ ผลผลิตดี กำไรพอสมควร แต่กระผมก็เริ่มทราบว่าเริ่มมีปัญหาแมลงแล้วก็แก้ปัญหาด้วยสารเคมี ซึ่งก็ได้ผลเป็นบางครั้ง ในส่วนตัวกระผมมองว่าเขาขาดทุนชีวิต แล้วตอนนี้ก็มีการปลูกเชิงเดี่ยวมากขึ้น อีกทั้งพื้นที่ปลูกเพิ่มมากขึ้น อนาคตปัญหาเดิมๆก็คงจะกลับมา กระบวนทัศน์เป็นสิ่งสำคัญหากเขาไม่คิดได้เองเราไปเปลี่ยนก็คงได้เพียงชั่วคราวแล้วสุดท้ายเขาก็จะหันกลับไปใช้สารเคมีอีกตามความเคยชิน

สำหรับครู อาจารย์ และนักศึกษาต้องคิดให้มาก  เพราะเป็นกำลังสำคัญในการที่จะหาวิธีทำการเกษตรให้ง่ายและมีผลดีต่อส่วนรวม

สำหรับหลักสูตรกระผมก็คิดว่าควรปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ต้องยึดพื้นฐานหลักที่จะต้องเรียนไว้  (กระผมเจอมาตั้งแต่ตอนเรียนจนกระทั่งโอนมาเป็นครูก็ยังมีการปรับหลักสูตร จนกระทั่งเป็นห่วงว่าเด็กรุ่นใหม่สะกดคำไม่ค่อยเป็น แล้วถ้าเขาอ่านหนังสือไม่ออกเราจะไปพัฒนาเขาอย่างไร แล้วรุ่นต่อๆไปจะเป็นอย่างไร)