สวัสดีค่ะคุณ Conductor
บันทึกนี้ทำเอาเบิร์ดลืมผะหมีเลยค่ะ เพราะเป็นครั้งแรกที่วิ่งเข้าไปเล่นผะหมีแบบไม่ได้คิด..เพื่อจะกลับมานั่งอ่านบันทึกนี้เงียบๆหลายรอบด้วยความทึ่งและชื่นชมเป็นอย่างมากที่คุณ Conductor สามารถดึงเอาจิตวิทยาหลายทฤษฎีมาโยงกับการวิเคราะห์ชุมชนออนไลน์ได้อย่าง " ถึงกึ๋น " แบบที่ อ.แสวงกล่าวมา
เบิร์ดขออนุญาตเรียนตามตรงว่าถ้าเราเอาจิตวิทยามาวิเคราะห์ เราจะ " ลงลึก " เท่าที่จะทำได้โดยพยายามไม่ติดกับกรอบใดๆนะคะ เนื่องเพราะ จิตวิทยาคือการบอกให้รู้ว่าไม่ว่าเราหรือเขาล้วนมีตัวตนมีส่วนลึกเร้นด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ.....บทส่งท้ายของคุณ Conductor จึงเป็น " ความจริง " ที่เราต้องถามตัวเองให้ชัดว่าจะรู้หรือจัดการ " ตัวตน " ของคนอื่นๆไปทำไม ? เพราะแม้แต่การบำบัดรักษาเองเราก็จะ รู้เท่าที่จำเป็น เพื่อปรับหรือรื้อโครงสร้างให้เค้าสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยปกติสุขเท่านั้นค่ะ ไม่ใช่รู้ทั้งหมด แม้ชีวิตของเราเองเราก็ยังไม่รู้ทั้งหมดโดยแท้จริงเลยนี่คะ
จากทฤษฎีทางจิตวิทยารวมกับความเห็นที่กัลยาณมิตรทุกๆท่านได้เข้ามาแลกเปลี่ยน เราจะเห็นความเป็นจริงของมนุษย์ว่า
1. มนุษย์ย่อมเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเสมอค่ะ
มนุษย์แต่ละคนจะมีสำนึกของความต้องการของตัวเองก่อนที่จะสำนึกรู้ถึง ตัวตน และ ความต้องการของผู้อื่น ความต้องการในที่นี้มิได้หมายถึงเฉพาะทรัพย์สินเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงความสุข เกียรติยศ ชื่อเสียง การยอมรับ มุมมอง ทัศนคติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ไม่เอื้อต่อการเกิดสันติสุขทั้งในสังคม และในชีวิตตัวเราเองเลยล่ะค่ะ และมักเกิดการกระทบกระทั่ง การเข้าใจผิดหรือความหงุดหงิด ผิดหวัง ขุ่นเคืองใจ ฯลฯ ตามมาได้ทั้งนั้น
2. มนุษย์ชอบเล่นเกมคำจำกัดความค่ะ
เมื่อมนุษย์พูดถึงคนอื่นมักใช้ ความรู้สึกของตนประเมินผู้อื่น คำจำกัดความเหล่านี้ได้แก่ ดี ถูก ผิด แย่ เห็นแก่ตัว ใช้อำนาจ ฯลฯ ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายไม่ตายตัวแล้วแต่ความคิดเห็นของแต่ละคนร่วมกับความรู้สึกที่มีต่อสิ่งนั้นๆ สิ่งที่มักตามมาคือคำว่า " ทำไม " ไงคะ
3. มนุษย์มักเล่นเกมแบ่งฝ่ายนะคะ
จากความเป็นจริงของมนุษย์ทั้ง 2 ประการที่กล่าวมาแล้ว ทำให้มนุษย์มักเอาตัวเองไปเข้ากับฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ที่ตนเองเห็นว่าถูกและดี และฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายตนก็มักจะผิดเสมอ เราๆท่านๆส่วนใหญ่จึงมักใช้อารมณ์ ความรู้สึก หรือ สัญชาตญาณ มาร่วมกับการตัดสินใจ โดยไม่รู้ตัว ค่ะ <p>4. เรามีความแตกต่างระหว่างบุคคล
เช่นด้านของกายภาพ อารมณ์ สังคม เชาวน์ปัญญา ทัศนคติ ฯลฯ ที่เรียกรวมๆว่าบุคลิกภาพ ( Personality ) โดยแบ่งเป็นบุคลิกภาพภายนอกแบบที่เราสัมผัสได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย และบุคลิกภาพภายในที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เพราะเข้าถึงยากมาก</p>
ในการวิเคราะห์ชุมชนออนไลน์ มีทฤษฎีจิตวิทยาที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งค่ะคือการวิเคราะห์การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ( Transactional Analysis ) ซึ่งนิยมเรียกกันว่า TA น่ะค่ะ
เพราะเป็นแบบจำลองความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับบุคคลอื่น โดยเน้นการวิเคราะห์บุคลิกภาพของบุคคลและวิธีการของเค้าในการตอบโต้ความคิดเห็นต่างๆ..แหมเบิร์ดนึกถึงบันทึกนี้ของ อ.วสวัตดีมาร จริงค่ะ.. เพราะหลักของ TA ให้ความสำคัญต่อภาวะของอัตตา ( ego state ) ในประเด็นปัญหาที่เราลองพิจารณาหาคำตอบดังต่อไปนี้ดูก็ได้นะคะ
1) ฉันมีพฤติกรรมอย่างไร ( เรามีการติดต่อสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอย่างไร )
2) ทำไมฉันถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ (แรงผลักดันภายในและภายนอกของเรามีผลต่อพฤติกรรมอย่างไร )
3) พฤติกรรมนี้พัฒนามาอย่างไร (เข้าใจพัฒนาการของตนเองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน)
4) ฉันเป็นใคร แบบที่ พ่อครู ฯ ถามให้เฮฮาศาสตร์ ตอบนั่นแหละค่ะ ...คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญที่สุดเลยนะคะ เพราะการตอบคำถามนี้จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเราในการติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ชัดเจนขึ้นเยอะค่ะ ( คำตอบจะเป็น real self , percieved self หรือ ideal self ก็ไม่สำคัญเลยนะคะ เพราะต่างก็จะเป็นเหตุให้เกิดพฤติกรรมที่พึงปรารถนาตามมาได้ทั้งนั้นและพฤติกรรมดีๆใดๆก็ตามที่แสดงออกบ่อยๆก็จะกลายเป็นบุคลิกภาพที่ดีของเค้าได้เอง ก็เรามีภาพลักษณ์ที่ต้องรักษาไว้นี่นา ..สังคม G2K จะช่วยปรับหรือเสริมสร้างพฤติกรรมทางบวกได้ก็ด้วยเหตุนี้แหละค่ะ )
การแสดงพฤติกรรมของคนส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับท่าที หรือทัศนะที่บุคคลมีต่อตนเองและต่อบุคคลอื่น ค่ะ ซึ่ง TA เรียกว่า ทัศนะต่อชีวิต ( Life position ) หรือทัศนะทางจิตวิทยา ( Psychological position ) แบ่งได้เป็น 4 ทัศนะด้วยกันแบบที่ พี่ติ๋ว ยกมาเล่าข้างบนนู้นนั่นแหละค่ะ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
1) "ฉันดี - เธอดี " ( I'm OK. - You're OK.)
เป็นทัศนะของผู้ที่บรรลุวุฒิภาวะ หรือมีสุขภาพจิตที่ดี มีความสามารถในการปรับตัว มองเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น..การสื่อสารที่ออกมาก็จะดูดี
2) "ฉันดี - เธอด้อย" (I'm OK. - You're not OK.)
เป็นทัศนะที่เห็นว่าตนเองเหนือกว่าผู้อื่น กล่าวโทษผู้อื่น โยนความผิดพลาด ความบกพร่องไปให้ผู้อื่น หรือวางอำนาจข่มขู่ผู้อื่น เห็นว่าชีวิตของผู้อื่นมีคุณค่าน้อย เรามักเห็นเสมอในชีวิตประจำวัน ในสังคมต่างๆ หรือในการประชุมค่ะ อิ อิ อิ
3) "ฉันด้อย - เธอดี" ( I'm not OK. - You're OK.)
เป็นทัศนะที่เห็นว่าตนเองต่ำต้อยกว่าผู้อื่น กล่าวโทษตนเอง ดูถูกสบประมาทตนเอง รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าน้อย ไม่มีความสามารถ ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาก็คือจิตใจหดหู่ มองโลกในแง่ไม่สดชื่นงดงามมากนัก และไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับผู้อื่นค่ะ ทัศนะแบบนี้มักเห็นได้เยอะเหมือนกันนะคะ
4)"ฉันด้อย - เธอด้อย" ( I'm not OK. - You're not OK.)
เป็นทัศนะที่ไม่เห็นคุณค่าอะไรทั้งสิ้น เห็นว่าชีวิตนี้ไร้ความหมาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตของตนเองและผู้อื่น หดหู่ดีนะคะ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
ทัศนะทั้ง 4 แบบนี้เป็นทัศนะพื้นฐานในชีวิตของบุคคล และอาจมีทัศนะใดทัศนะหนึ่งใน 4 ทัศนะนี้ได้ทั้งนั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือบุคคลที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย ...> ตรงนี้ไงคะที่สังคม G2K จะช่วยกันได้</p>
ก็ถ้าเราพยายามช่วยกันสร้างทัศนะที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นแบบ " I'm OK. - You're OK. " ให้ได้เป็นส่วนใหญ่ของชีวิต เราก็จะได้ผลิตผลของผู้ที่มีสุขภาพจิตดี มีความสุขในการอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมและสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ สังคมใหม่ๆได้ดีแม้แต่ใน G2K ที่ถือเป็นสังคมเสมือนแบบหนึ่งก็ตามเหอะน่า ! ...ก็การเดินเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่นี่ถือว่าเป็นการปรับตัวและต้องศึกษาเช่นเดียวกันนี่คะ เพราะที่นี่ถือเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นของตัวเองในระดับหนึ่งแบบที่พี่ศศินันท์กล่าวจริงๆ ..ไม่ใช่สังคมเน็ตดื่นๆทั่วไปที่เพียงเปิดบล็อกก็สามารถจะเขียนอะไรก็ได้ตามใจ อยากจะโจมตีใครก็ทำ หรืออยากจะขายอะไรก็โฆษณา
Real self ที่คุณ Conductor ตั้งประเด็นมาเบิร์ดคงเพิ่มอีกนิดหน่อยในเรื่องของบันทึกและความเห็นค่ะ
- บันทึกจะสะท้อนความคิด มุมมองของเจ้าของที่มีต่อเรื่องนั้นๆ และบอกเราได้ว่าเป็นความคิด....เป็นการเขียนเพื่อบอกเล่าหรือเป็นการคัดลอกมาเพื่อหาแนวทางเปิดตัวเองสู่สังคม โดยยังไม่ทราบว่าจะเขียนสิ่งใดดี เพราะสำนวนที่เขียนจะบอกชัดค่ะว่าเป็นตัวเองหรือเปล่า
- ความเห็นจะเป็นส่วนที่บอกว่าเค้ามองสิ่งที่เค้าเขียนอย่างไร และมีความมั่นคงทางอารมณ์ในการนำเสนอแค่ไหน เพราะการตอบความเห็นหลายๆความเห็นซ้อนๆกันนั้น ..เอาการเหมือนกันล่ะค่ะ ....ร่วมกับความเห็นต่างๆที่เค้าไปนำเสนอในที่อื่นๆด้วยนะคะ เพราะ การเข้าบ้านคนอื่นแบบเปิดเผย ต้องใช้ความเป็นตัวของตัวเองและความกล้าหาญพอสมควรเชียวล่ะค่ะ..ในการนี้คนที่ไม่นิยมตอบความเห็นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจึงเสียเปรียบเล็กน้อยในเรื่องที่จะหาคนเข้าใจได้ยากหน่อย ^ ^....
- เวลาที่เราให้ค่ะ ..เพราะถ้าเราอ่านแป๊บๆ หรือมองหน้าแล้วตัดสินโดยความเคยชินว่าเค้าเป็นแบบนั้น แบบนี้ คงจะเป็นการตัดสินที่ง่ายเกินไปนะคะ
- เบิร์ดเริ่มเวียนหัวกับการเขียนของตัวเองแล้วล่ะค่ะ แต่จะติดตามตอนต่อไปอย่างไม่กระพริบตาเลยนะคะ..ชอบค่ะ ^ ^
</span></span></span></span></span><p> </p>