สวัสดีครับพี่บางทราย

ชื่นชมกับการให้ และให้ผู้รับให้ต่อ คนเราเวลาไม่มีและมีคนยื่นโอกาสให้มันเป็นความยิ่งใหญ่ กับเพื่อนเวลาไม่มีถ้าเรามีแบ่งกันคนละครึ่งมันเป็นความสุขร่วมกัน

ผมเคยเดินทางจากกรุงเทพกลับบ้านที่โคกกลอย จ.พังงา ด้วยรถ ๑๐ ล้อ กับเพื่อนสองคน แต่ต้องแยกไปนั่งคนละคัน เงินของเพื่อนหมดไปกับค่ารถเมล์ เหลือเงินที่ผม ๑๐ บาท เราแบ่งกันคนละ ๕ บาท ขึ้นรถ ๑๐ ล้อคนละคัน เพื่อนมันถึงบ้านก่อน ผมถึงทีหลัง ๑ วันเพราะคนขับแวะเยี่ยมเมียและลูกที่ราชบุรี ๑ คืน อิอิ

อีกวันหนึ่งผมมีเงินอยู่ ๕ บาท ไปหาเพื่อนที่ราชวัตรหมดค่ารถเมล์ไป ๒ บาท เพื่อไปขอยืมตังค์ มันบอกว่ามันมี ๕ บาทเท่ากัน เราเลยจะไปยืมเพื่อนที่อู่ไทยประดิษฐ์ แล้วเราก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆจากราชวัตร ไปศรีย่าน แล้วเดินต่อไปซังฮี้ ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็เดินไปจนถึงบ้านเพื่อน พอไปถึงมันบอกว่ามันมีทั้งเนื้อทั้งตัวมี ๓๐ บาท เอางี้พวกเอ็งไปเก็บผักบุ้งที่ท้องร่อง ข้าฯจะหุงข้าว แล้วเราสามคนก็กินข้าวกับผัดผักบุ้ง จนอิ่มเต็มที่ แล้วมันก็แบ่งเงินให้คนละ ๑๐ บาท  นั่นเป็นวัยเด็ก ต่อมาเพื่อนคนนี้ทำงานอยู่จังหวัดเดียวกับผม และเกิดผิดพลาดเกี่ยวกับการชำระหนี้ จนมีหนี้สินบานเบอะ หลบหน้าเพื่อนฝูง ผมทราบข่าวตามหาเขาจนเจอ ชวนเขาไปทานข้าวที่บ้าน ก่อนกลับผมแอบพับเงินใส่มือเพื่อน ๓,๐๐๐ บาทเพื่อนร้องไห้ บอกว่าผมเข้าใจเขา

หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนหน้าตาแจ่มใสขึ้น บอกกับผมว่าตอนนี้ปลดหนี้ไปได้เยอะแล้ว ไม่ค่อยเป็นห่วงอะไรแล้ว ได้รับมรดกด้วยก็เลยเริ่มสบายตัวเพิ่งมานัดผมไปเลี้ยงข้าว ก็มีความสุขดีขึ้น

กับเพื่อนที่ดี เราให้โดยไม่คิดอะไรตอบแทน เราก็เป็นสุข เพื่อนก็เป็นสุข และเมื่อเพื่อนคนอื่นตกทุกข์ได้ยาก เพื่อนของผมคนนี้ก็จะไม่ทิ้งเพื่อนเหมือนเดิม 

ได้อ่านบทความของพี่แล้วอบอุ่นดีครับ