การภาวนาหมายถึงการอบรมจิตให้สงบจากกิเลส ปลอดโปร่งจากราคะและโทสะหยาบๆ ตลอดจนเอาชนะความหลงผิด มีจิตตื่นรู้ขึ้นเห็นความจริง เช่นเห็นกายเป็นของไม่สะอาด น่ารังเกียจ ไม่มองกายด้วยความเป็นเครื่องล่อให้อยากเสพกาม แต่มองเห็นทุกซอกมุมแห่งความจริงทางกาย ว่ามีแต่คราบไคลเหงื่อสกปรกแฝงอยู่ทุกขุมขน มีแต่การสะสมขี้ฟันอยู่ทุกวินาที มีแต่การไหลเข้าไหลออกตามทวารหนักทวารเบา อะไรดีๆเข้าทางปาก เดี๋ยวเดียวออกมาเป็นอะไรเสียๆทางก้น ไม่เว้นแต่ละวันแต่ละคืน
การมีสติระลึกรู้อยู่เรื่อยๆ เล็งกายไปตรงไหนก็เจอแต่หน่อเหม็นแนวเหม็น จะทำให้ความรู้สึกทางเพศลดลง เห็นตามจริงมากขึ้นเรื่อยๆว่าทั้งกายเรากายเขาเป็นของเน่าเปื่อย ไม่ใช่สิ่งน่ารักน่าใคร่ จิตของคุณจะอยู่เหนือความรู้สึกทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน เมื่อกายไม่อาจกระตุ้นความมาดหมายทางเพศได้ ความเบี่ยงเบนทางเพศก็ย่อมทำอะไรจิตคุณไม่ได้เช่นกัน
และในที่สุด เมื่อพินิจเห็นกระทั่งจิตของคุณก็ต้องเสื่อมไป มีคิดดี มีคิดชั่ว มีครุ่นคิดทางเพศ มีเลิกครุ่นคิดหนักอก คุณจะวางได้กระทั่งความกังวลว่าตัวเองเป็นหรือไม่เป็นเกย์ เพราะเห็นอย่างแท้จริงว่าเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์มันเริ่มขึ้นที่จิต เริ่มขึ้นที่คิด เพียงคุณไม่มองว่าจิตและความคิดเป็นตัวคุณ แต่เห็นเป็นสภาวะที่เกิดแล้วต้องดับตลอดวันตลอดคืน ความเบี่ยงเบนทางเพศย่อมหายไป ณ ที่ที่คุณรู้แจ้งนั้น
เมื่อสั่งสมบารมีทางทาน ศีล และภาวนามาถึงระดับหนึ่ง กายใจคุณจะปฏิวัติ เหมือนเป็นคนใหม่ เป็นตัวตนใหม่ เริ่มจากจิตที่สว่าง อบอุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งหายขาดจากรสนิยมผิดธรรมชาติในตน นี่คือสิ่งที่ผมเห็นจากคนที่เขาเอาจริงเอาจังในเส้นทางสายสว่างของพุทธแท้มาแล้วครับ
โดย ดังตฤณ