กราบสวัสดีอาจารย์ ดร.แสวง ครับ

(ผมก็เรียกดร.แสวงว่า อาจารย์มาตั้งแต่เริ่มตามอ่านบล็อกของท่านนะครับ)

ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ส่วนตัวผมคิดอย่างนี้ครับ

ผมว่าการ "สอนอย่างหนึ่ง ทำอย่างหนึ่ง" นั้นไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันไม่ได้ผิดศีลธรรม บางครั้งผมว่าเราพยายามจะหามุมมองในแง่ลบกันมากไป เช่นอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง เป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาครอบครัว คอยให้คำปรึกษาทางรายการวิทยุกับคนทั่วไปที่มีปัญหาครอบครัวแตกแยก ลูกไม่รักแม่ พ่อเมาทำร้ายลูก แม่เล่นพนัน หย่าร้าง หรืออะไรต่างๆ นานา แต่ชีวิตท่านเอง ไม่ประสบความสำเร็จด้านครอบครัว แบบนี้ เราจะบอกว่าท่านไม่ควรมาพูดปาวๆ สอนชาวบ้าน ถูกไหมครับ? ผมเชื่อว่าหลายคนมีปัญหากับบทบาทของอาจารย์ท่านนี้แน่ๆ

ผมว่าความสำคัญของอาจารย์ โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยคือการมีความรู้จริงในสาขาวิชานั้นๆ และทุ่มเทให้กับการสอนและการหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งหลักๆ แล้วน่าจะได้จากการทำวิจัย เพราะผมเชื่อว่าเด็กมหาวิทยาลัยนั้นโตพอที่จะแยกแยะบทบาทและคิดเป็น ไม่ต้องมีใครมาทำตัวเป็นตัวอย่าง เพราะรู้แล้วว่าอะไรดี ไม่ดี ถ้าอาจารย์ไม่ดี ก็ไม่ต้องทำตามหรือรายงานไปตามสายงานบังคับบัญชาได้เลย เช่นอาจารย์ไปเที่ยวดื่มเหล้ากับนักเรียนแบบนี้ไม่ดีแน่ หรืออาจารย์เปิดโรงเรียนสอนพิเศษ เพื่อเอาเงินนักเรียนเพิ่ม แบบนี้ก็ผิด แต่ถ้าอาจารย์เขาชอบขับรถแพงๆ ใช้เงินฟุ่มเฟือย อันนี้ผมว่าเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ผมว่ามันมีเส้นบางๆ และเราเอาความหมายของ "อาจารย์" ไปปะปนกับคำว่า "ครู" ซึ่งต้องเป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์ของนักเรียน

เรื่องอาจารย์ กับการจัดวันไหว้ครูนี่ผมเห็นด้วยกับอาจารย์นะครับ ว่ามันแปลกๆ!

ส่วนคำว่าครูในความเห็นผม ก็เหมือนความเห็นของคนไทยทั่วๆ ไปนั่นละครับ คือเป็นทุกอย่างในชุมชน ตัวผมเอง ถ้ามีโอกาสได้สอนในระดับประถม ก็ต้องระวังเนื้อระวังตัวให้มากขึ้น จะพูดจาก็ต้องระวัง จะแสดงกริยาอะไรก็ต้องคิดให้ดี เพราะเด็กเรียนรู้จากผู้ใหญ่ อันนี้จริงครับ

ผมว่าสิ่งที่ครูและอาจารย์น่าจะมีเหมือนกันคือการทุ่มเทให้กับการสอนและผู้เรียนครับ