น่าสนใจครับอาจารย์
- ผู้มาจากภายนอกเป็นผู้หวังดีครับ มาด้วยเจตนาดีทั้งนั้น ผมทำโครงการ ก็คิดจะให้ชนบทได้ดี ข้าราชการทำแผนงานโครงการต่างๆก็คิดดี หวังดี
- แต่การเข้าไป การนำเสนอกิจกรรม หรือการตอบสนองกิจกรรม ดูเหมือนมีความพยายามจะทำให้ดีที่สุด แต่ระบบระเบียบราชการหรือของหน่วยงานกลายเป็นสิ่งผูกรัดให้ไม่สามารถตอบสนองให้สอดคล้องกับสิ่งที่ชาวบ้านเสนอได้ และกระบวนการทำงานของบุคลากรของรัฐก็ยืนอยู่บนข้อจำกัดของระเบียบดังกล่าวด้วยเช่นกัน ยิ่งทำงานมานาน การเข้าหาชาวบ้านก็เป็นแบบผู้เหนือกว่า มิใช่ผู้อยู่เสมอ และควรจะใช้ art of littening ให้มาก แต่มักจะพูดแบบต้องอย่างนั้น อย่างนี้
- อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถปฏิเสธระบบราชการได้ เพราะเป็นเครือข่ายการทำงานที่ใหญ่ที่สุด จะให้ตอบสนองชาวบ้านไปทั้งหมดก็ย่อมไม่ได้ ไม่ว่าหน่วยงานใดๆ ก็มีข้อจำกัดทั้งนั้น
- ผมเห็นด้วยว่า ต้องภายใน(ชุมชน)เป็นหลัก แล้วเอาภายนอกมาเสริม ทั้งในแง่วิชาการ ความก้าวหน้ากว่า ฯลฯ แต่ต้องดัดแปลงให้เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ มิใช่เอาพิมพ์เขียวไปใช้แบบเดียวกันทั่วประเทศ เพราะชุมชนต่างกันมากมาย
ผมมิบังอาจแสดงความเห็นในสิ่งที่ที่ประชุมสรุปดังกล่าวได้ เพราะแต่ละประเด็นนั้นมีรายละเอียดเบื้องหน้าเบื้องหลัง สาระมากมาย กว่าจะสรุปมาได้ มีเบื้องหลังที่ถกกันมามากใช่ไหมครับ
เพียงแต่ผมมีมุมมองกว้างๆอย่างนี้ครับ
- การทำงานของเครือข่ายนั้นเท่ากับเราสร้างระบบการทำงานเพื่อวัตถุประสงค์ร่วมกัน ระบบนี้ควรดัดแปลงให้ชุมชนเขาออกแบบเองให้มากที่สุด แน่นอนอาจจะต้องให้ข้อมูล ความรู้ โดยการศึกษาดูงานก็ตาม ฯลฯ แล้วให้เขาแลกเปลี่ยนกันจนมั่นใจร่วมกันว่าระบบเครือข่ายของเราเอาแบบนี้
- แต่เมื่อตั้งขึ้นมาแล้ว สร้างระบบขึ้นมาแล้วก็ต้องวงเล็บไว้ในใจว่า ระบบนี้จะต้องปรับ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง และตลอดไป จนกว่าจะลงตัวที่สุด
- ต้องใช้ทัศนคติว่า ตลอดเส้นการเดินทางของเครือข่ายจากวันที่ก่อตั้งไปจนถึง 1 ปี 5 ปี และตลอดไปนั้น จะเป็นช่วงเวลาที่มีการปรับตัวตลอดเวลา อาจจะปรับเร็ว ปรับช้า ปรับมาก ปรับน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวบุคคล หากเราเอาหลักการทางวิชาการไปจับ เราจะเห็นจุดอ่อนของเครือข่ายหลายจุด อย่างนั้นอย่างนี้ อย่างเพิ่งเอาหลักการทางวิชาการไปยื่นให้แล้วจะต้องทำตามนี้ แต่อาจจะนำเสนอแล้วให้เครือข่ายพิจารณา ตัดสินใจเอง
- ส่วนมากคนนอกจะเอาหลักการจากข้างนอกไปให้มากมาย แต่ลืมหลักการของภายในชุมชน หลักการของภายในก็คือทุนเดิมที่เขามีอยู่แล้ว ผมหมายถึงทุนทางสังคมน่ะครับ เครือข่ายจะอยู่ด้วยการเฉลี่ยผลประโยชน์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ชุมชนยืนอยู่บนทุนทางสังคมเดิมที่เขามีอยู่ เราสามารถเห็น พบ และจับต้องเอามาเป็นเนื้อเดียวกันกับระบบเครือข่ายนี้ได้บ้างไหม
- ผมพบว่า เราพูดถึงทุนทางสังคมกัน แต่เราไม่ได้ให้น้ำหนักในการเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ และไม่เสริมสร้างทุนเดิมให้เข้มแข็งด้วยซ้ำไป หลายต่อหลายครั้งไปทำลายทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย หากชุมชนนั้นมีแรงเกาะเกี่ยวกันแบบเปราะบาง ก็พังทลายโดยเร็ม หากชุมชนนั้นทุนเดิมเข้มแข็ง เช่นสังคมมุสลิม ทุนแบบนี้พิจารณาเอามาปรับ เอื้อใช้ แรงเกาะเกี่ยวภายในจะช่วยหนุนเสริมระบบเครือข่ายอย่างมากครับ
ผมอาจจะพูดในสิ่งที่อาจารย์รู้ๆอยู่แล้วก็ขออภัยด้วยนะครับ