สวัสดีครับ
กระผมก็เป็นสมาชิกชมรมคนนอนกรนครับ
ก่อนหน้านี้กระผมก็สร้างความรำคาญให้กับผู้ซึ่งต้องพักห้องเดียวหรือพักเต้นท์ใกล้ๆกับกระผม จากการที่กระผมรู้สึกว่าเป็นผู้ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนจึงคิดว่าต้องหาวิธีรักษา แรกๆก็มองหาสาเหตุ เอ้ตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนอ้วนแต่ทำไมถึงนอนกรน ศึกษาตำราก็แล้ว ทดลองนอนตะแคงก็ยังกรน จนกระทั่งไปหาหมอเพื่อรักษา จึงได้ทราบว่าเป็นเพราะตัวเองลิ้นไก่ยาวกว่าปกติครับ ทำให้ลิ้นไก่ไปอุดทางเดินหายใจจึงเกิดเสียงกรน วิธีการรักษาก็มีหลายวิธีครับหนึ่งในนั้นคือการผ่าตัดซึ่งกระผมกลัวมาก ผลหลังการผ่าตัดก็ยังไม่สามารถยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่กรนอีก หลังจากนั้นกระผมก็หนีหมอเลยครับ(ไม่ไปหาหมอนานเลยครับ) จนกระทั่งทราบว่ามีการตรวจสภาพการนอนหลับเพื่อการรักษา ที่โรงพยาบาลรามากระผมก็ไปตรวจ จึงได้ทราบว่านอกจากปัญหานอนกรนแล้วยังมีภาวะการหยุดหายใจชั่วขณะด้วยครับ ซึ่งอันหลังนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมากครับ จึงคิดว่าต้องรักษา ตอนนั้นทราบว่ามีเครื่องอะไรสักอย่างที่เราจะต้องใส่ตอนนอน กระผมก็ลองถามคนที่เคยใช้ ปรากฏว่าคนที่เคยใช้เล่าให้ฟังว่ารู้สึกทรมานมาก มันไม่เป็นปกติ(ธรรมชาติ) กระผมก็หนีอีกรอบครับ ต่อมาถูกจับรักษาใกล้บ้านครับคือที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา(มอ.) คราวนี้ตรวจสภาพการนอนแล้วพบว่าหยุดหายใจขณะนอนหลับมากกว่าครั้งที่เคยตรวจที่รามา คือหยุดประมาณเกือบ 20 ครั้ง คุณหมอจึงนัดให้ผมมายืมเครื่องที่ผมเคยกลัวของโรงพยาบาล(ชื่อซีแพบหรือซีแพคนี่หละครับ) มาทดลองใช้ดูก่อน ตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆและอึดอัด เพราะต้องสวมที่ครอบจมูกแล้วมีลมเป่าเข้ามาตลอดเวลา บางครั้งก็ถอดออกโดยอัตโนมัติเพราะความอึดอัด ลองเปลี่ยนที่ครอบจมูกหลายแบบจนคิดว่าได้แบบที่ถูกใจแล้วครับ เพราะใส่แล้วพอดีกับจมูกและใบหน้า ต่อมาคุณหมอก็ดูข้อมูลจากเครื่องว่าผลการใช้เครื่องเป็นอย่างไรเพื่อการตั้งค่าแรงดันลมที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย แล้วจึงให้เราซื้อเครื่องส่วนตัวโดยคนที่ใช้สิทธิราชการสามารถเบิกค่าเครื่องได้ 20,000 บาท ซึ่งเท่ากับราคาเครื่อรุ่นที่ถูกที่สุด ส่วนที่ครอบจมูกถูกที่สุดราคา 5,500 บาทครับ ตอนนี้กระผมซื้อเครื่องมาแล้วครับส่วนที่ครอบจมูกรุ่นที่ผมต้องการหมดพอดีครับจึงต้องอาศัยยืมของโรงพยาบาลมาใช้อีกรอบครับ สัปดาห์นี้ก็จะเอาไปคืนแล้วครับ ตอนนี้กระผมนอนแบบไม่มีเสียงกรนรบกวนคนข้างๆแล้วครับ(ถ้าใช้เครื่องcpap) ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรักษาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจ โดยเฉพาะรัฐบาลที่สนับสนุนค่าเครื่องสูงถึง 20,000 บาท มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ตอนนี้กระผมใช้จนเกิดความคุ้นเคยแล้วครับ ใช้จนรู้ว่าถ้าเกิดอะไรเป็นเพราะอะไรครับ อนาคตคิดว่าจะทดลองแกะเครื่องดูภายในครับ ว่ามีระบบผลิตอากาศแบบเดียวกับเครื่องปั๊มลมทั่วๆไปหรือเปล่า และอนาคตคิดว่าราคาอาจจะถูกลง เพราะเทคโนโลยีนาโนคงจะย่ออุปกรณ์ต่างๆให้ต้นทุนต่ำแต่ประสิทธิภาพสูงขึ้นนะครับ
ลองสอบถามโรงพยาบาลขอนแก่นดูนะครับ เผื่อว่าจะได้มีสมาชิกชาวCPAP เพิ่มอีกหนึ่งหรือหลายๆท่าน