สวัสดีครับพี่

        ขอบคุณมากๆ เลยครับสำหรับข้อมูล จริงๆ แล้วการใช้ร่วมกันระหว่างเคมีและอินทรีย์นั้นคือเจอกันครึ่งทาง ทางสายกลางเลยหล่ะครับให้ผลดีทีุ่สุดตามที่เค้าวิจัยกันครับ เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วรากพืชนั้นก็นำปุ๋ยเข้ารากได้ในรูปแบบของไอออน ซึ่งก็คือเคมีนั่นเอง เหมือนการให้น้ำเกลือกับคน เทียบกับการกินข้าวเ้ข้าไปเป็นแบบการให้ปุ๋ยอินทรีย์เช่นกัน แต่ด้วยปัญหาที่เคมีนั้นสูญหายได้ง่าย ส่วนอินทรีย์จะค่อยๆ ย่อยสลาย ทำให้เกิดผลไอออนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นไม้มีกินตลอดเวลา 

        อย่างปุ๋ยในเตรต พวก NO3- พวกนี้ ที่มามันก็มาจากธรรมชาติชุดเดียวกัน เพียงแต่ว่า ในกระสอบมันแรงกว่าในใบไม้ที่ทับถมกัน คนเลยนิยมมองว่ามันคือยาวิเศษที่จะทำให้พืชโตงามใบเขียวสวยโตเร็ว คนก็ตาลุก ส่วนจากใบไม้ที่ทับถมเข้มข้นน้อยกว่า ก็แน่นอน ต้องได้ผลช้ากว่าแน่นอนครับ ดังนั้นจะหาจุดสมดุลตรงไหนที่ทำให้เกิดความยั่งยืน หากจะใส่ทั้งกระสอบ แทนที่จะให้ผลดีก็เป็นการฆ่าสิ่งมีชีวิตในดิน เผลอๆ ก็ฆ่าสัตว์และพืชตัวที่ต้องการด้วยครับ  เหมือนใช้ยูเรียผิดความเข้มข้นรดแปลงผักบุ้งครับ

        ใบยางปีที่แล้วเป็นปุ๋ยในปีนี้ เมื่อพุ่มยางสานถึงกัน พืชที่ผิวดินเจอแสงน้อยก็ตายก็เป็นปุ๋ยคืนให้ดินต่อไป ใบยางปีที่แล้วก็เริ่มยุ่ยให้เป็นปุ๋ยทับถมและใบยางปีนี้ก็จะเป็นปุ๋ยให้ปีต่อๆ ไปเช่นกัน ดินที่ไม่มีปุ๋ยก็เหมือนดินทรายนั่นหล่ะครับ  ดินที่ไม่มีน้ำก็เหมือนดินที่ฝังเกลือไว้ในดิน

       พี่ก็ทราบดีว่าในที่นาเราๆ นั้นมีแมลงทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายที่เป็นภัยต่อสิ่งที่เราปลูกและฝ่ายที่เป็นประโยชน์ต่อพืชที่เราปลูก ซึ่งแมลงนั้นจะมีโทษและคุณได้ในตัวเดียวกันตามแต่ละพื้นที่ด้วย เสมือนกับวัชพืชที่มีทั้งคุณและโทษขึ้นกับพื้นที่เช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วกกและข้าวก็อยู่ร่วมกันได้ครับ เพียงแต่ตัวไหนจะเด่นหรือด้อยในพื้นที่นาเท่าั้ันั้นเอง การไม่ทำนาก็คือเปิดโอกาสให้พืชอื่นขึ้นได้ เพราะถือว่านั่นคือโอกาสของเค้าในการครอบครองพื้นที่ ไม่ใช่พื้นที่ของเราเลยครับ แต่เป็นพื้นที่ของต้นกกเหล่านั้น เพราะเค้าใช้พื้นที่มากกว่าเราและดูแลพื้นที่มากกว่าเราด้วย เพราะเค้ามีการคืนและให้กับดินได้โดยตรง ส่วนเราทำหน้าที่แค่อำนวยและเก็บเกี่ยวหรือทำลายเท่านั้น

          ท้ายที่สุดเพียงจะบอกว่า ความรู้อยู่ในธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติขาดความรู้ สิ่งเหล่านี้เกิดเพราะสิ่งนั้นมีสิ่งนั้นเหมาะ  แถวๆบ้านผมที่นครฯ ตอนนี้หญ้าดอกขาวเพียบเช่นกันครับ แม่บอกว่าไม่ว่าตรงไหนเจอทั้งนั้น แสดงว่ากระแสลมมีบทบาทมากๆ เลย ตอนนี้กระแสลมเปลี่ยน กระแสน้ำเปลี่ยนทิศ มีผลให้เกิดการนำพาพัดพาสิ่งเหล่านี้ ไปวางให้นำไปสู่การขยายพันธุ์ ท้ายที่สุดแล้วเราจะไปติดกับดักของนายทุนขายยาปราบหญ้าดอกขาวหรือไม่ก็ว่ากันครับ รับรองว่าคงสนุกแน่ๆ ครับ แล้วพืชพวกนี้มันจบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้วยซิครับ คือ ไม่ต้องสอนและให้ปุ๋ยเลย มันโตได้เองของมันด้วยและเก่งด้วยซิครับ นี่หล่ะครับ ความแข็งแรงทางพันธุกรรมแบบการเลือกทางธรรมชาติ

           ขอบคุณพี่มากๆ นะครับ