สวัสดีครับคุณ เอกชน

        ดีใจจังครับ ที่คุณเข้ามาทักทายและติดตามอ่านนะครับ และดีใจมากกว่าที่เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนกันนะครับ ความเห็นต่างแบบนี้เป็นเรื่องที่สร้างสรรค์มากๆ เลยหล่ะครับ ทำให้เราได้มุมมองที่กว้างและรอบมากขึ้น ทำให้เราเห็นลูกบอลที่วางอยู่ตรงนั้นกลมมากขึ้น

         สำหรับเรื่องความฉลาดนั้น น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ในบทความนี้ที่เขียนไว้ว่าฉลาดมาตั้งแต่เกิดเป็นเพียงแนวทางของการคิดเพียงด้านหนึ่งเท่านั้นเหมือนมองบอลด้านเดียวเช่นกันครับ จึงต้องช่วยกันเติมเต็มครับ โดยสิ่งที่ผมวางคำว่าฉลาดในเบื้องต้นของเด็กแรกเกิดนั้น เพราะมองว่ามีพัฒนาการและมีความฉลาดในตัวในเรื่องทุนทางร่างกายและความพร้อมที่ได้รับมาในเบื้องต้น และพัฒนาการไปสู่ในการพัฒนาโดยมองที่พัฒนาการของคนนั้นๆ เป็นหลัก โดยไม่เน้นในการเทียบกับบุคคลอื่นเป็นหลัก

        ในปัจจุบันเรามักจะมีการวัดศักยภาพกันระหว่างคน ระหว่างเครื่อง ว่ารุ่นนี้ดีกว่ารุ่นนี้ ยี่ห้อนี่แน่กว่ายี่ห้อนั้นเป็นหลัก โดยที่ในแต่ละสมองที่ได้มานั้นก็ธรรมชาติสร้างและนำไปสู่พัฒนาการได้ในทางที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันครับ  ผมชอบเห็นพัฒนาการของเด็กเวลาสอน แม้ว่าเค้าจะทำคะแนนได้ไม่เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่หากเค้าพัฒนาขึ้นจากตัวเค้าในก่อนหน้านั้น ก็ถือว่าเค้ามีความฉลาด คือเรียนรู้ได้ และเรียนรู้ได้ในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ต่างๆ กันเช่นกัน อย่างที่คุณยกตัวอย่างเรื่องเหตุปัจจัยครับ ใช่เลยครับ

        สำหรับการเปรียบเทียบสมองเด็กกับคอมพ์ที่ลงโอเอสในเบื้องต้นนั้น ก็สามารถเทียบได้ระดับหนึ่งครับ แต่เพียงแต่ว่ากลไกในสมองเด็กนั้นมีพัฒนาการที่เหนือกว่าคอมพ์มากๆ เพราะสามารถเรียนรู้ได้เองตามตรรกะที่ผ่านทางระบบการนำเข้าทางสัมผัสทางกายใจและปัญญา

        ส่วนคอมพ์นั้น จะลงโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมนั้น ก็เพียงแต่เพิ่มให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นแค่นั้นแต่ไม่ได้คิดได้เอง เพราะระบบภายในเป็นเพียงระบบการทำงานตามที่วางและำกำหนดไว้เท่านั้น

        อย่างถามคนสักร้อยคน ว่าจงคิดว่า  19x5 ได้เท่ากับเท่าไหร่ ผมเชื่อว่าในร้อยคน อาจจะได้วิธีที่ต่างๆ กัน แต่ละคนจะมีพัฒนาการในตัวเอง เรื่องความเร็ว เรื่องการพัฒนาเข้าถึงคำตอบและตรวจสอบ 

        เพราะบางคนอาจจะตั้งคูณกันตรงๆ บางคนอาจจะคำนวณ 20x5 แล้วหักออกอีก ห้า ตามแบบแม่ค้าในตลาด หรือวิธีการอื่นๆ ซึ่งเป็นกลไกทางสมองที่น่าสนใจครับ

        ท้ายที่สุดแล้ว...อยู่ที่เราว่าเราจะวัดว่าเราฉลาดหรือไม่ โดยอาจจะวัดจากพัฒนาการในการเรียนรู้ของตัวเองเีทียบกับเวลาก่อนหน้านี้  หรือว่าเราจะวัดกับคนรอบข้างซึ่งอาจจะมีส่วนนำมาสู่ความเปรียบเทียบและขัดแย้งตามมาก็อาจจะได้ หรืออาจจะนำไปสู่การแข่งขันพัฒนาการทางสมองมากขึ้นก็ได้ ตามแต่เหตุปัจจัยอย่างที่คุณว่าอีกเช่นกันครับ

ความทุกข์ในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการไม่พอและเทียบกับคนรอบข้างเลยต้องดิ้นรนในการหาโปรแกรมใหม่ๆ มาติดตั้งมาลงให้มีให้ได้อย่างที่เครื่องอื่นมี สมองคนอื่นมี เราเลยเจอสภาพที่ต่างๆ กันในสังคมหลากหลายใบนี้แตกต่างกันเยอะพอสมควร

ขอบคุณมากๆ เลยนะครับผม

แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อนะครับ