ท่านครูบาครับ 

ผมชอบรูปนี้จริงๆ อธิบายการเรียนรู้นอกห้องเรียน

  • โดยชีวิตแล้วมันไม่ใช่การเรียน แต่เป็นการปฏิบัติ หรือทำงาน แต่ในความหมายคือการเรียนจากการปฏิบัติ

                      

  • จะเอาวิชาเลขก็ได้นับจำนวนไม้ฟืนมีกี่ท่อน ท่อนใหญ่กี่ท่อน ท่อนเล็กกี่ท่อน รวมกันเป็นกี่ท่อน
  • วิชาภาษาไทย สรรพนามเรียกไม้ฟืนว่า...ท่อน...
  • วิชาสุขอนามัย ก็ วิธีการทำงานแบบปลอดภัยทำอย่างไร
  • วิชากลศาสจร์เบื้องต้น ก็ วิธีการกองไม้ฟืนให้แน่นหนา ไม้ล้มลงมา ทำอย่างไร
  • วิชาพืชศาสตร์ ก็เรียนรู้ว่าไม้นี้เขาเรียกว่าไม้อะไร อยู่ที่ไหน มันมีคุณสมบัติพิเศษอย่างไร คนเราใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
  • วิชาเคมีเบื้องต้น ก็ ไม่ฟืนเฟียกกับไม้ฟืนแห้งต่างกันอย่างไร การเผาผลาญเป็นอย่างไร ไม้อะไรที่ให้ความร้อนสูงกว่า ไม้อะไรที่ให้เขม่ามากกว่า....
  • สารพัดวิชาที่ครูจะใช้ชีวิตจริงดัดแปลงเป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการความรู้  หากเราเรียนแบบนี้เด็กก็รู้ว่า ความรู้ไม่ได้แยกจากกัน มันผสมกลมกลืนอยู่ในทุกสิ่ง มากน้อยต่างกันไปตามสถานะ ตามเงื่อนไข ตามการจัดการของธรรมชาติ และคนเรา
  • ห้องเรียนเราแยกวิชาออกมา เหมือนท่านพระอาจารย์เพื่อนที่ชื่อเดียวกันกับผม(พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล)กล่าวไว้ในหนังสือที่ท่านครูบาส่งให้ผมว่า ธรรมชาติไม่ได้แยกวิชาออกมา ความรู้ต่างหากที่แยกออกมาเป็นวิชา  แล้วกลับเอาไปบูรณาการกันไม่เป็นแล้ว เก้ๆ กังๆ
  • ความหมายของผมไม่ใด้ให้พังห้องเรียน  ไม่ต้องมีห้องเรียน  แต่ออกมาข้างนอกห้องเรียนมากๆ
  • นี่วันๆจับเด็กขังอยู่ในห้อง...บอกให้ซ้ายหัน ขวาหัน อย่างกับทหารเกณฑ์ สั่งให้นิ่ง ดุกดิกก็ตีก้น ครูไปกดศักยภาพเด็กลงหมด...