หวัดดียามเช้า คุณ Coffee mania
ขอบคุณมากนะครับสำหรับการร่วมแสดงความคิดเห็น
เรืองของ harm reduction กับ harm mininisation ก็มีแนวคิดแบบเดียวกันครับผม ก็คือ ทำการสอนผุ้เสพให้เสพอย่า่งปลอดภัย และป้องกันผลข้างเคียง โดยหน่วยงานเกี่ยวข้อง จะทำงานเชิงรุกในการสอนผู้เสพ และตรวจร่างกายประจำปี ขณะเดียวกันก็จัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ตามจุดที่คนไปเสพ เช่น ห้องน้ำ ศุนย์การค้า โรงแรม เป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาการใช้เข็มซ้ำ หรือ เกิดอาการช๊อคจนแก้ไม่ทัน
ถามว่าเหมาะไหม สำหรับเมืองไทย
คิดว่าในตอนนี้ก็คงยังไม่เหมาะ เพราะ ทัศนคติของบุคลากรต่อผู้เสพจึงทำให้เกิดความลำเอียงที่จะดูแล ตลอดจนสังคมไทยที่บอกว่าเป็นเมืองพุทธจึงมีการตัดสินผู้เสพด้วยมุมมอง ศิลธรรม ดังนั้นการทำแบบนี้เท่ากับส่งเสริมให้คนผิดศิลข้อห้า อีกทั้งระบบเกือหนุนต่า่งๆ คิดว่าไม่เพียงพอสำหรับผู้เสพ (อันเป็นคนกลุ่มน้อย) ทรัพยากรเกื้อหนุนจึงถูกจัดให้กับปัญหาอื่นที่มีขนาดและความรุนแรงมากกว่า
ส่วนในเรืองของ การทำสงครามกับยาเสพติด อันนี้จะเห็นว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง เพราะมันก่อให้เกิดวงจรปัญหาอื่นๆ ตามมามากมาย ตลอดจนเป็นปัญหา "ปากว่า ตาขยิบ" จึงคิดว่า สักวันก็จะเลือนหายไปเอง
ในอนาคต การแก้ปัญหาจึงต้อง มีการแก้ปัญหาในเชิงบูรณาการ และมีลักษณะของ Friendly management มากกว่านี้ครับ
เพราะจะว่ามี มีคนใช้ยาเสพติดอีกมากมาย ที่เขาทำประโยชน์และสิ่งดีๆ ให้กับสังคม เพียงแต่การเสพยา เป้นความนิยมส่วนบุคคล