ก็ยังยืนยันตามความเห็นครั้งแรกของผม ว่า ดีใจมากจริงๆ ที่โครงการน่าน สำเร็จและเป็นประโยชน์กับคนน่าน นะครับ แต่ที่นำเสนอ ความจริงในมุมมืดออกมา เพราะเห็นว่า ที่แห่งนี้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หลายเรื่องที่ผิด ความชั่วที่ทำไว้ แต่ไม่ได้ส่งผล ยังไม่ปรากฎออกมาจากการกระทำของหัวหน้าโครงการฯ อาจจะเป็นอุทาหรณ์ และสะท้อนอะไรบางอย่างออกมา เป็นข้อคิดให้คนอื่น ได้ตั้งรับปรับแก้ กับอารมณ์ ความรู้สึก ที่กำลังจะหลงผิดคิดชั่ว ได้กลับตัวกลับใจ ไม่ทำอะไรตามความโลภ โกรธ หลงของตนเอง แต่หันมายึดหลักของศีลธรรม แทนหลักยึด ตัวกูหรือความถูกต้อง จึงขอฝากไว้ให้ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ คน ที่ยังไม่ถึง ความเป็นมนุษย์ ครับ
ปล. ผมอ่านที่ท่านเขียนมาทั้งหมด มีทั้งที่ถูกใจ และไม่ถูกใจ ซึ่งเป็นธรรมดาในการแสดงความคิดเห็นจากตัวตนของตน จากประสบการณ์ที่ผ่านพบมา แต่สำหรับ เรื่องที่ผมมองว่า ไม่ถูกต้องอย่างยิ่งเลยนั้น ก็เห็นจะเป็นเรื่อง ที่ท่านคนขับรถโดยสารโก่งค่ารถนั้น แล้วกลับมอง คนขับรถโดยสาร มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ต่อหน้าที่การงานของตนเอง นั้น ผมขอมองตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง และบอกได้เลยว่า สิ่งที่ท่านมองที่ท่านคิดนั้น ไม่ถูกต้อง การที่คนขับรถโดยสารกระทำนั้น ก็เหมือนกับ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจใช้อำนาจในทางมิชอบ ประพฤติผิด กระทำทุจริต หรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือครอบครัวหรือพวกพ้อง ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่คนอื่นและบ้านเมือง ดังที่เราท่านได้เห็นได้รับรู้กันอยู่ในปัจจุบัน หรือหากเป็น ชาวสวนชาวนาชาวไร พ่อค้าแม่ขาย ไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ไม่ได้ใช้ชีววิถี แต่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย แต่เวลาขายกลับบอกว่า ปลอดสารพิษ ปลอดสารเคมี หรือขายของโกงเขา ขายของเน่าเสียไม่มีคุณภาพ แต่กลับบอกว่า เป็นของดีมีคุณภาพแล้วนั้น สิ่งที่จะตามมาเป็นเบื้องต้นคือ เกิดตะกอนขุ่นมัวในใจทั้งผู้ทำและผู้รับผล เมื่อมารับทราบความจริงกันภายหลัง ตามมาด้วยการทะเลาะวิวาท บาดหมาง หรือถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน บางอย่างก็จะส่งผลร้ายต้องร่างกาย เกิดโรคภัยไข้เจ็บจากสารพิษสะสมในร่างกาย เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ซึ่งไม่ต่างกันเลยกับกรณี คนขับรถโดยสารที่โก่งค่ารถท่าน เขาเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงานของเขา เสียมากกว่า ที่จะเป็น คนซื่อสัตย์ต่ออาชีพการงาน ตามสายตาของท่าน หรืออย่างที่ท่านคิด นะครับ
ฝากไว้ให้ไตร่ตรอง