สวัสดีครับคุณเบิร์ด
"เราแก่ขึ้นทุกวันแต่เราไม่ได้เติบโตเท่าที่ควรเลย การแก่ขึ้นนั้นเพียงอยู่เฉยๆเราก็แก่ขึ้นได้เรื่อยๆ แต่การเติบโตนั้นต้องมีการเรียนรู้และงอกงามจากตัวของเราเอง"
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำกล่าวข้างต้นครับ คนเราแก่ขึ้นทุกวัน ไม่ทำอะไรก็แก่ นอนเล่นๆ ก็แก่ขึ้น ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จิตใจเราจะยกระดับขึ้นด้วย
เดี๋ยวนี้เราเต็มไปด้วยผู้ใหญ่ที่แก่เฉพาะอายุ ไม่เคยได้พัฒนาจิตใจ ไม่เคยได้ยกระดับปัญญาขึ้นเลย แล้วชอบมาอ้างว่าเกิดก่อน หรืออาบน้ำร้อนมาก่อน
ก็แปลกนะครับที่เราป่าวประกาศบอกใครต่อใครว่าเราเป็นพุทธมามกะ อยู่ในนิกายที่เคร่งครัด แต่เราเคยคิดกันหรือไม่ว่าพระพุทธศาสนาของเรานั้นไม่ได้แบ่งการเคารพกันด้วยอายุ ท่านแบ่งกันด้วยศีล ด้วยความดี คนที่ถือศีลน้อยกว่าก็ต้องให้ความเคารพแก่ผู้ที่ถือศีลมากกว่า แต่การแบ่งแบบนี้ก็เป็นการแบ่งแบบคร่าวๆ เพระเราคงไม่อาจรู้ได้ว่าคนที่ประกาศตัวว่าตัวเองถือศีลมาก จริงๆ แล้วจะทำได้จริงตามที่แสดงตัวหรือไม่
ฉะนั้นคนอายุรุ่นพ่อรุ่นแม่ก็ย่อมทำความเคารพผู้ที่อายุคราวลูกได้ เช่น พ่อแม่ย่อมต้องไหว้บุตรที่บวชเป็นพระสงฆ์ ถ้าเรานำเรื่องเหล่านี้มาคิดวิเคราะห์ และน้อมนำมาใช้อย่างจริงใจ ประเทศเราจะน่าอยู่ขึ้น และพูดได้เต็มปากว่าเราเป็นประเทศแห่งพุทธมามกะ โดยไม่ต้องสนใจว่าเรามีวัตถุสวยงามอลังการแค่ไหน หรือแม้แต่ว่าเราจะได้บรรจุพระพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่
เมื่อเรายังเป็นกันอย่างนี้ คำว่า "ขอโทษ" คงหาฟังได้ยากจากผู้ที่(คิดว่า)เป็นผู้ใหญ่กว่า
ฮื่มๆ ชักมัน ขอเบรคไว้ก่อนนะครับ แล้วค่อยถกกันคราวหน้า
ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกันครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
ป.ล. อย่าว่าแต่คุณเบิร์ดโล่งอกเลยครับ ผมก็โล้งงงงโล่ง อิอิ