สวัสดีค่ะคุณอรนุช
ปณิธานกวี ของอังคาร กัลยาณพงศ์๑๏ ใครจะอาจซื้อขายฟ้ามหาสมุทร แสนวิสุทธิ์โลกนี้ที่พระสร้าง สุดท้ายกายวิภาคจะจากวาง ไว้ระหว่างหล้าและฟ้าต่อกัน ไม่มีใครจะซื้อฟ้ามหาสมุทร หรือโลกอันบริสุทธิ์นี้ได้ สุดท้ายก็ต้องทิ้งร่างกายไว้ ๒ ๏ เรามิใช่เจ้าของฟ้าอวกาศ โลกธาตุทั่วสิ้นทุกสรวงสวรรค์ มนุษย์มิเคยนฤมิต ตะวันจันทร์ แม่แต่เม็ดทรายนั้นสักธุลี เราไม่ใช่เจ้าของของทุกสรรพสิ่งไม่ว่า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ แม้แต่เม็ดทราย๓ ๏ แย่งแผ่นดินอำมหิตคิดแต่ฆ่า เพราะกิเลสบ้าหฤโหดสิงซากผี ลืมป่าช้าคุณธรรมความดี เสียศรีสวัสดิ์ค่าแท้วิญญาณ การแก่งแย่งกัน คิดฆ่ากัน เพราะเกิดจากกิเลส ความโหดร้าย ลืมความดี คุณธรรม ของความเป็นวุยญาญาณ๔ ๏ สภาวะสรรพสิ่งทุกส่วนโลกนี้ ควรที่สำนึกค่าทิพย์วิเศษวิศาล อนุรักษ์ดินน้ำฟ้าไว้ตลอดกาล เพื่อเหนือทิพยสถานวิมานแก้วไกวัล ทุกสิ่งมีค่าอันวิเศษมหาศาล ต้องอนุรักษ์ไว้เหนือกว่าทิพยสถาน๕ ๏ ทุ่งนาป่าชัฏช้าอรัญญิกาลัย เทือกผาใหญ่เสียดดาวดึงส์สวรรค์ เนื้อเบื้อเสือช้างลิงค่างนั้น มดแมลงนานพันธุ์ทั้งจักรวาล ทุ่งนา ป่าดงดิบ เทือกเขา มีทั้งเสือ เนื้อ ช้าง ลิง ค่าง มดแมลง ๖ ๏ เสมอเสมือนเพื่อนสนิทมิตรสหาย เกิดร่วมสายเชี่ยววัฏฏะสังสาร ชีพหาค่าบ่มิได้นับกาลนาน หวานเสน่ห์ฟ้าหล้าดาราลัย เหมือนเป็นเพื่อน เป็นผู้เกิดร่วมวัฏฏะสงสาร ๗ ๏ ถึงใครเหาะเหินวิมุติสุดฝั่งฟ้า เดือนดาริกาเป็นมรคายิ่งใหญ่ แต่เราขอรักโลกนี้เสมอไป มอบใจแด่ปฐพีทุกชีวีถึงใครจะพ้นจากกองกิเลส และกองทุกข์ทั้งปวง ดาวเป็นทาง แต่เราขอรักโลกนี้เสมอไป๘ ๏ จะไม่ไปแม้แต่พระนิรพาน จะวนว่ายวัฏฏะสังสารหลากหลาย แปลค่าแท้ดาราจักรมากมาย ไว้เป็นบทกวีแด่จักรวาล ไม่ไปนิพพาน จะวนเวียนในวัฏสงสารต่างๆ จะแปรดวงดาวเป็นบทกวี ๙ ๏ เพื่อลบทุกข์โศก ณ โลกมนุษย์ ที่สุดสู่ยุคสุขเกษมศานต์ วานนั้นฉันจะป่นปนดินดาน เป็นฟอสซิลทรมานอยู่จ้องมอง เพื่อลบทุกข์โศกของโลกมนุษย์ให้ถึงความสุข เราจะจะคอยจ้องมองแม้นร่างจะป่นปนดิน เป็นฟอสซิล๑๐ ๏ สิ้นเสน่ห์วรรณศิลป์ชีวิตเสนอ ละเมอหาค่าทิพย์ไหนสนอง อเนจอนาถชีวีทุกธุลีละออง สยดสยองแก่ถ่านเถ้าเศร้าโศกนัก ไม่มีวรรณศิลป์ จะหาอะไรที่มีค่ามาสนองไม่ได้ ชีวิตก็น่าอนาถ ๑๑ ๏ แล้งโลกกวีที่หล้าวูบฟ้าไหว จะไปรจนารุ้งมณีเกียรติศักดิ์ อำลาอาลัยมนุษย์ชาติน่ารัก จักมุ่งนฤมิตจิตรจักรวาล ถ้าโลกไม่มีกวีที่จะแต่ง กาพย์กลอน อำลาอาลัยในมนุษยชาติที่น่ารัก จะเนรมิตจักรวาล๑๒ ๏ ให้ซึ้งซาบกาพย์กลอนโคลงฉันท์ ไปทุกชั้นอินทรพรหมพิมานสถาน สร้างสรรค์กุศลศิลป์ไว้อนันตกาล นานช้าอมตะอกาลิโก ๚๛ ให้ซาบซึ้งกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ ไปทั่วทั้งสวรรค์ชั้นต่าง ๆ ทุกชั้น จวบสิ้นฟ้าดินสลาย <p> </p>