สวัสดีครับ คุณเม้ง ผู้อารีย์
- เดินตามทางมาจากบันทึกของอาจารย์กมลวัลย์ ครับ :)
- อ่านบันทึกของคุณเม้งแล้ว ผมก็ตัวยืดขึ้นครับ เพราะเกือบทุกข้อ คือ มหาวิทยาลัยแห่งท้องถิ่นของผมเองครับ
- หากแต่มีปัญหาหลายข้อที่ทำให้เกิดอาการสะดุดซวนเซ หาเป้าหมายในชีวิตของตัวเองไม่ค่อยเจอ หลงระเริงกับกระแสธุรกิจศึกษา กลัวมหาวิทยาลัยอื่นเข้ามาตีหัว ระแวงภัยมากเกินไป
- หมายเลข 6 ไม่มองแต่ผลประโยชน์ตัวเอง หรือผลประโยชน์ที่บุคลากรในองค์กรจะได้รับเพียงแต่ฝ่ายเดียว ... เป็นเหตุผลหลักที่บุคลากรในมหาวิทยาลัยกำลังมีปัญหากัน โดยเฉพาะกรณีศึกษาของการเลือกหรือไม่เลือกออกนอกระบบ เกิดจากปัญหาข้อนี้ข้อเดียวครับ "เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวก่อน" เหมือนจะพูดว่า "เมื่อประโยชน์ส่วนตัวมา ประโยชน์ส่วนรวมก็มา"
- มหาวิทยาลัยของผม อ่อน หมายเลข 20 ครับ คือ มีกิจกรรมนอกห้องเรียน นอกรั้วมหาวิทยาลัยให้เด็กได้ฝึกปฏิบัติ เป็นผู้ให้ที่แท้จริง คืนสู่ชุมชนได้ด้วย ... กิจกรรมในที่นี้ คือ การออกค่ายพัฒนาชุมชน แทบจะไม่มีในแต่ละภาคการศึกษา ส่วนใหญ่กลับหมดไปกับกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยกำหนด รัฐกำหนด คนอื่นกำหนด ทำให้เวลาเรียนแทบไม่พอ แล้วเวลาที่จะออกชุมชนก็แทบไม่มี
- ผมเอาไปเปรียบเทียบกับตัวเองเรียน ป.ตรี ว่า ทำไมตอนเราเรียนเรายังได้ทำกิจกรรมพวกนี้ แต่เด็กพวกนี้ เดี๋ยวนี้ จึงไม่ได้ทำเหมือนเรานะ ... มหาวิทยาลัยแห่งท้องถิ่นของผม หลงทางไปไหนเนี่ย ทั้ง ๆ ที่ภูมิประเทศ สังคม วัฒนธรรมของเรา มีคนลำบากอยู่ตั้งเยอะ ยอดดอยสูง ๆ รร.ตชด.ที่อยู่ห่างไกล อมก๋อย ฮอด ดอยเต่า เขารอเราอยู่นี่นา ไปไม่ถึงเฉย ๆ .. ปลงแล้วทำจิตให้ว่าง ครับ
- ส่วนอีก 18 - 19 ข้อ มันต้องวิเคราะห์กันประเด็นครับ ผม
- แต่ตอนนี้ ขออนุญาตแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณเม้งเท่านี้ก่อนนะครับ
บุญรักษา คุณเม้ง ครับ :)