| Posted: 27 November 2007 เวลา 17:17 | IP Logged |
|
|
กินทับทิม ชิมน้ำกระเจี๊ยบ ห่างโรคหัวใจ
โดย...สันติสุข โสภณศิริ
รู้ไหมคนไทยตายด้วยโรคหัวใจ ถึง 17,000 คนต่อปี หรือประมาณ 2 คนต่อชั่วโมง นั่นหมายความว่าทุกวันคนไทยทั้งประเทศหัวใจวายตาย 48 คน
พบว่าเหยื่อจากโรคหัวใจส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนอยู่ดีกินดี เกิดปัญหาไขมันอุดตันในหลอด เลือดยิ่งในรายที่มีปัญหาเบาหวาน และความดันโลหิตสูง จะทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดเป็นแผล อักเสบ ทำให้เซลเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดถูกดึงมารวมตรงจุดที่มีการอั กเสบ เกิดเป็นก้อน อุดตันในหลอดเลือด บางคนที่สูบบุหรี่จัด สารนิโคตินจะยิ่งทำให้เลือดเกาะตัวกันเป็นก้อนใหญ่ อุดตันหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ก่อให้เกิดการแน่นหน้าอกอย่างเฉียบพลัน ใจสั่น เหงื่อแตก เมื่อมีอาการมากขึ้นผู้ป่วยจะหมดสติ และถ้าไม่มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจภายใน 6 ชั่วโมง จะเกิดสภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย และเสียชีวิตในที่สุด
เคล็ดลับป้องกันโรคหัวใจมีหลายวิธี ในที่นี้ขอแนะนำวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องกินยา แต่ใช้ผลไม้ สมุนไพรที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าได้ผลดี ไม่มีพิษภัยและเป็นผลไม้ที่หาง่ายใกล้ตัว นั่นคือ ทับทิม และ กระเจี๊ยบแดง
ต่อไปนี้เป็นผลการศึกษาการใช้น้ำทับทิมในผู้ป่วยโรคหัวใจ
พบว่าเมื่อให้ผู้ป่วยดื่มน้ำทับทิมวันละ 50 ซีซี ทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะมีผลลดไขมันชนิดไม่ดีในหลอดเลือดได้ถึง 20% สารโพลีฟีโนลิก ฟลาโวนอยด์ (Poly p’nenolic Flavonoids) และสารกลุ่มแทนนิน (Tannin) ซึ่งมีอยู่ปริมาณมากในน้ำทับทิม ที่ได้จากทั้งผลและเมล็ด จะช่วยสลายการอุดตันของไขมันในหลอดเลือด และลดสภาวะเสี่ยง ต่อการที่ผนังหลอดเลือดแข็งตัวและถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ
ยิ่งไปกว่านั้นน้ำทับทิมสามารถ ยับยั้งเอ็นไซม์ แองจิโอเทนซิ่น คอนเวิร์ทติง (Angiotensin Converting Enzyme – ACE) ในหลอดเลือดซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
คนเราถ้าหลอดเลือดยืดหยุ่นตัวดีไม่มีอะไรไปอุดตัน ความดันโลหิตเป็นปกติ ก็รับรองได้ ว่าจะไม่อยู่ในแบล็คลิสต์ตายด้วยโรคหัวใจวาย 48 คน ต่อวัน อย่างแน่นอน น้ำทับทิมมีฤทธิ์บำรุงหัวใจมากกว่าไวน์องุ่นแดง ถึง 3 เท่า โดยไม่ต้องทำเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รสชาติก็อร่อยไม่แพ้กันแถมราคาถูกกว่าด้วย มีการทดลองคั้นน้ำทับทิมสเตอร์ไรด์ใส่ตู้เย็นแช่ในช่องธรรมดา เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน โดยที่สารสำคัญยังอยู่ครบถ้วน
ช่วงนี้เป็นหน้าทับทิม จะสะสมทับทิมไว้คั้นน้ำดื่มหรือ หรือจะเก็บไว้กินวันละ 2 – 3 ลูก ก็ได้เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจอันเป็นศูนย์กลางของชีวิต บางคราวถ้าหาทับทิมไม่ได้ก็ดื่มน้ำกระเจี๊ยบ แดงแทนก็ได้ผลดีไม่แพ้กัน

มีการศึกษาในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงระยะที่ 2 ซึ่งเป็นระที่อันตรายมาก(มีความดันโลหิล่างบนสูงถึง160-180 มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความดันโลหิตล่างสูงถึง 100 - 114 มิลลิเมตรปรอท) โดยใช้ชาผง กระเจี๊ยบแดง 10 กรัม ชงในน้ำเดือด 250 ซีซี แช่ไว้นานอย่างน้อย 10 นาที ดื่มก่อนอาหารเช้าทุกวันๆละครั้งเดียวเท่านั้น ผลปรากฏว่าภายใน 12 วัน ค่าความดันโลหิตบน ลดลง 11.2% (คือลดเหลือ 140 - 160 มิลลิเมตรปรอท และมีค่าความดันโลหิตล่างลดลง 10.7% (คือลดเหลือ 89 – 102 มิลลิเมตรปรอท) ทั้งนี้เพราะสารสำคัญในผลกระเจี๊ยบได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ออกฤธิ์ทำให้หลอดเลือดแดงคลายตัว ( Vaso reraxation)
สูตรชาชงกระเจี๊ยบแดง 10 กรัม จะมีสารมาตรฐานแอนโทไซยานิน 9.6 มิลลิกรัม
ในการทดลองนั้นมีการวัดปริมาณของสารในปัสสาวะ พบว่าปริมาณโซเดียม ในปัสสาวะสูงขึ้น แสดงว่ามีการขับเกลือโซเดียม ออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ความดันโลหิตลดลง ในขณะที่ปริมาณโปตัสเซียม และคลอไรด์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังพบว่าผู้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบเป็นประจำมีน้ำหนักลดลงอย่างเห ็นได้ชัด มีการทดลองความเป็นพิษของสารสกัดจากกระเจี๊ยบแดงในหนูทดลอง ปรากฏว่าไม่พบความเป็นพิษใดๆ ต่อตับและไต ของสัตว์ แม้จะใช้สารสกัดกระเจี๊ยบแดงในปริมาณมากๆ แสดงว่าคนเราสามารถดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงได้มากกว่าสูตรทดลอง 2 – 3 เท่า โดยไม่มีอันตรายใดๆ แต่กลับจะได้รับผลดีในการลดไขมันในหลอดเลือดมากขึ้น
มากินทับทิมหรือน้ำกระเจี๊ยบกันทุกวันกันเถอะเพื่อจะไม่เป็นเหย ื่อรายต่อไปของเพชฌฆาต โรคหัวใจ
Edited by กองบ.ก. on 27 November 2007 เวลา 17:18
__________________ กองบ.ก. สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
|