กับคนบางคนพูดด้วยยาก

"คนมันไม่เหมือนกัน ต้องเข้าใจเขา เข้าใจเราให้ถูกต้อง"

วิชามนุษย์สัมพันธ์ ดูจะเป็นวิชาที่ท้าทายพวกเราในสังคมมาก ในเมื่อต้องอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มาก ที่มีนิสัยใจคอและรสนิยมต่างๆ กันไป ซึ่งในทางศาสนาแล้ว เขาไม่คิดมาก พูดได้ด้วยสูตรสำเร็จว่า มนุษย์ทุกคนมีกิเลส คือ มีความโลภ โกรธ หลง เป็นสันดานอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อยทุกคน หรือถ้าจะเจาะลงไปให้ลึก ก็ระบุไปว่า ปัญหาทุกอย่างอยู่ที่เรื่องตัวตน เกิดจากการมีตัวตน ยึดถือในตัวตน คิดว่ามีตัวของตัวที่แท้ เลยหล่อเลี้ยงปกป้องตัวหรือหน้าของตัว ใจของตัว ฯลฯ แล้วก็เกิดไปกระทบกระทั่งกับคนอื่นๆ ซึ่งต่างก็หล่อเลี้ยงและปกป้องตจัวของตัวเขาด้วยเช่นกัน เป็นปัญหาลูกโซ่ไม่รู้จบ... จะมองอย่างไรก็ถูกทั้งนั้น!

มนุษย์เป็นสัตว์มีเหตุผล คำว่าเป็นสัตว์ ก็หมายความอยู่ในตัวแล้วว่า มีน้ำหนักแห่งอารมณ์อยู่มาก แต่เมื่อเป็นสัตว์มีเหตุผล มนุษย์จึงเหนือกว่าสัตว์อื่นตรงที่มีเหตุผลกำกับชีวิต แต่เหตุผลต้องผสมหรือประกอบกับอารณ์อย่างได้ส่วน หากมีแต่เหตุผลมากไป หนักเหตุผล แก่เหตุผล ก็จะทำให้ชีวิตแห้งแล้วอยู่สักหน่อย จะเห็นได้ว่าอยู่ใกล้คนแก่เหตุผลหรือเจ้า่เหตุผลนั้นไม่ค่อยเพลินเลย แต่ถ้าหนักไปทางอารมณ์ เจ้าอารมณ์ เจ้าบทบาท เอาแต่ใจตัว ก็ดูออกจะเป็นคนเปียกแฉะปั่นป่วนอยู่สักหน่อย คนอยู่ใกล้รู้สึกอบอุ่น เพลิดเพลิน แต่ก็รู้สึกยากที่จะจับใจได้ถูก จับทางได้ยากว่า จะเอาอย่างไร เดี๋ยวเอาอย่างนั้น เดี๋ยวอารมณ์จะเอาอย่างนี้เสียแล้ว (ที่จริงคนเจ้าเหตุผลก็เอาแต่ใจตนได้ โดยอาศัยเหตุผลมารองรับสมอ้างอีกที!)

ใครที่มีเจ้านายแก่เหตุผลจะสบาย ถ้าทำอะไรๆ ตามหลักการตรงเผง แต่บรรยากาศจะดูแห้งๆ อย่างไรชอบกล เหมือนเดินไปบนพื้นดินแข็งโป๊ก ส่วนคนที่มีเจ้านายเจ้าอารมณ์ เอาแต่อารมณ์ ก็จะสบายถ้าหากทำถูกใจ (อาจเป็นการประจบสอพลอก็ยังได้ด้วย) ซึ่งบรรยากาศจะเหมือนกับเดินไปในแม่น้ำโคลน เดี๋ยวเจอดินแข็ง เดี๋ยวเจอหล่มโคนติดกึกกักอยู่ตรงนั้นเดายาก

แต่ไม่ว่าจะเจอคนเช่นไร ต้องถือหลักไว้ว่า "คนมันไม่เหมือนกัน" และต้องเข้าใจเขา เข้าใจเราให้ถูกต้อง จากนั้นก็วางบทบาทให้ถูกให้เหมาะสมพอดีพองาม กำหนดตายตัวไม่ได้เลยว่า จะต้องวางตัวอย่งไร ต้องอาศัยวิจารณญาณในแต่ละกรณีไป แต่ต้องไม่กระด้างหยาบคาย และต้องไม่อ่อนจนถึงขนาดก้มเอาหัวเช็ดเท้าเจ้านายได้ (จะทำเช่นนั้นได้ ก็แต่เฉพาะต่อศาสดา เจ้าเหนือหัว บิดา มารดา ครูผู้เฒ่าและอุปัชฌาย์ (อาจารย์ผู้ทรงคุณเท่านั้น ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์) การมีพระคุณเพียงแต่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีเล็กๆ น้อยๆ เช่นนั้น อย่าไปคิดว่ามันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ล้นฟ้าอะไรนักหนา หรือกรณีที่เราให้ข้าวให้น้ำคนอื่นๆ ให้ได้ดื่มได้กิน ก็อย่าได้เรียกร้องขอการตอบแทนให้มันเกินขอบเขตไปนัก เช่นกัน)

กับเจ้านายบางครั้ง (ส่วนใหญ่) พูดด้วยยากมาก คือ ท่านไม่ค่อยจะเข้าใจอย่างที่เราจะให้เข้าใจ ท่านอยากเข้าใจของท่านอย่างนั้น พูดกับผู้ที่ต่ำกว่าเราในสายงาน หรือพูดกับเพื่อนร่วมงาน คู่ครอง เพื่อนบ้าน มิตรสหาย ฯลฯ ก็ในทำนองเดียวกัน พูดไปเถอะ เขาไม่ได้ยินกันดอก เขาได้ยินเสียงของตัวเขาเองในสมองดังกึกก้องอยู่ทุกเวลา พอเราอ้าปาก เขาก็ได้ยินเสียงก้องในสมองของเขาเอง แล้วว่าเราพูดอะไร มันจึงสื่อความกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ไม่ต้องนับถึงการพูดรู้เรื่องความกันดี แต่ไม่เอาเพราะไม่ถูกใจฉันอีกกรณีหนึ่ง การติดต่อสื่อสารสัมพันธ์กันนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ

ปกติอาจารย์เซนจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติธรรมแก่ศิษย์เป็นการส่วนตัวทีละรายๆ ในห้องที่แยกต่างหากออกไปเป็นการเฉพาะ ในระหว่างที่ครูและศิษย์อยู่ด้วยกันนั้น จะไม่มีใครเข้าไปในห้องนั้นเลย

ท่านโมกุไร เป็นอาจารย์เซนแห่งวัดเคนนินในเมืองเกียวโต ผู้มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่ง ท่านชอบสนทนากับพ่อค้า นักหนังสือพิมพ์ เท่าๆ กับชอบสนทนากับลูกศิษย์ของท่าน ช่างทำถังน้ำคนหนึ่งเป็นคนไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เขาชอบมาถามปัญหาโง่ๆ กับท่านโมกุไร มาดื่มน้ำชาแล้วก็กลับ

วันหนึ่ง ขณะที่ช่างทำถังน้ำคนนั้นกำลังอยู่ที่นั่น ท่านอาจารย์ก็ประสงค์ที่จะให้คำแนะนำการปฏิบัติธรรมเป็นการส่วนตัวแก่ลูกศิษย์ของท่านคนหนึ่ง ดังนั้น ท่านจึงได้ขอร้องให้ช่างทำถังน้ำคนนั้นไปรอที่อีกห้องหนึ่ง

"ผมเข้าใจว่าท่านเป็นพระพุทธะที่มีชีวิต" ชายผู้นั้นประท้วงขึ้น "แม้แต่พระพุทธะหินในวันนี้ ก็ไม่เคยเลยที่จะปฏิเสธผู้คนทั้งหลายที่มาชุมนุมอยู่เฉพาะหน้าของพระองค์ แล้วทำไมผมจะต้องถูกกีดกันออกไปด้วยล่ะ?

ท่านโมกุไร จึงจำเป็นต้องออกไปพบกับลูกศิษย์ข้างนอก