ความคับแคบแห่งจิต
"หากไม่รู้จักตัวเอง เที่ยวเอาตัวเองไปเทียบเปรียบกับคนโน้นคนนี้
ไม่นานก็จะเห็นตัวเองน่าเกลียด"
ในโลกที่เจริญด้วยวัตถุธรรมเช่นทุกวันนี้ ดูๆ ไปแล้วมันก็เหมือนกับสวรรค์ในนิยายโบราณๆ ที่เราได้เคยอ่านกันมาเมื่อตอนเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้หูทิพย์ตาทิพย์ (โทรศัพท์ โทรทัศน์ กล้องจุลทรรศน์) หรือการดำน้ำลุยไฟ (เรือดำน้ำ ชุดสวมลุยไฟทนไฟ) ฯลฯ สมัยนี้พวกเราทำได้ทั้งนั้น จะไปไหนมาไหนก็ชั่วอึดใจเดียวเหาะไป (ขึ้นเครื่องบิน ยานอวกาศ) ไปได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่น่าอดสูใจก็คือ พวกเราที่อยู่บนโลกเป็นประดุจสวรรค์ ช่างไม่ได้ละม้ายแม้นเหมือนเทวดากับเขาเลย
เทวดาคือ บรรดาผู้ที่มีหิริโอตตัปปะ มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป แต่พวกเรากลับเผลอไผล ไม่ละอาย ไม่เกรงกลัวต่อบาป ลืมไปว่าจิตอันไร้มลทินนั้น พึงปรารถนาอย่างยิ่ง และหาได้ยากอย่างยิ่งด้วย โลกยิ่งกว้างขวางออกไปด้วยเทคโนโลยีเพียงใด ใจคนก็กลับคับแคบลงอย่างน่าหวั่นวิตกเพียงนั้น ขาดแคลนความพอดี ขาดแคลนความอดทน อดกลั้น เต็มไปด้วยใจอันริษยา ฉ้อฉล (โทสจริต) และโลภโมโทสัน (ราคะจริต) น้ำใจชนิดที่ร่วมอนุโมทนาด้วยหากเธอได้ดี ไม่ค่อยมีให้เห็น มีแต่ถ้าเธอได้ดีฉันจะคอยปัดขาเธอ ถ้าเธอตกต่ำฉันจะดีใจ หรือไม่หากฉันไม่ได้ เธอก็ต้องไม่ได้ด้วย !
คนสมัยไหนๆ ต่างก็มีกิเลสด้วยกันทั้งนั้น พระภิกษุที่ปฏิบัติบกพร่องก็มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว อะไรๆ ล้าหลังได้ แต่กิเลสไม่ล้าหลังกับใคร นอกจากนี้ยังอาจแปรรูปแสดงบทบาทได้กว้างขวางลึกล้ำยิ่งขึ้นเสียอีกด้วย หากไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้จักคุณความดีของตนเอง เที่ยวเอาตัวเองไปเทียบเปรียบกับคนโน้นคนนี้ ไม่นานก็จะเห็นตัวเองน่าเกลียดจนได้ และจะพาลอิจฉาตาร้อนคนอื่นๆ ไปอย่างไม่จำเป็น แล้วจะหาความสงบแห่งจิตได้ที่ไหน?
ชาวนาคนหนึ่งได้ขอร้องให้พระนิกายแทนได (เทียน-ไห้) ท่องพระสูตร(สวดมนต์) อวยพรอุทิศให้แก่ภรรยาของเขาที่ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว หลังจากที่การสวดมนต์ได้ผ่านไปแล้ว ชาวนาคนนั้นก็ได้ถามขึ้นว่า "ท่านคิดว่าภรรยาของผมจะได้รับบุญกุศลจากการกระทำเช่นี้หรือไม่ครับ?"
"ไม่เพียงแต่ภรรยาของคุณเท่านั้น แต่สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างก็จะได้รับคุณประโยชน์ จากการสวดมนต์ครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น" พระรูปนั้นกล่าวตอบ
"ถ้าท่านว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจะได้รับคุณประโยน์ด้วย" ชาวนากล่าวสวนขึ้น "บางทีภรรยาของผมอาจคงจะเป็นคนอ่อนแอมาก และคนอื่นๆ ก็จะมาเอาเปรียบเธอ มาเอาบุญกุศลที่เธอควรจะได้ไปเสีย ดังนั้น ขอท่านได้โปรดสวนมนต์เฉพาะเพื่อเธอเถิดครับ"
พระรูปนั้นได้อธิบายว่า มันเป็นความปรารถนาของชาวพุทธทั้งหลาย ที่จะอำนวยพรและปรารถนาที่จะเผื่อแผ่บุญกุศลไปให้แก่ทุกๆ สรรพสัตว์อย่างถ้วนทั่ว
"นั่นเป็นคำสอนที่ดีมากครับ" ชาวนาคนนั้นกล่าวสรุป "แต่ได้โปรดยกเว้นสักครั้งเถอะครับ ผมมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งเป็นคนหยาบคายและชั่วร้ายต่อผมมาก ตัดเขาออกไปจากสรรพสัตว์ทั้งหลายเถอะครับ"
แม่ชีผู้หนึ่งซึ่งเสาะแสวงหาการตรัสรู้กับเขาด้วยคนหนึ่ง ได้สร้างพระพุทธรูปขึ้นมาองค์หนึ่ง และเคลือบองค์พระด้วยทองคำเปลวเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ ไม่ว่าเธอจะไปยังที่ใด เธอจะนำพระพุทธรูปองค์นั้นไปด้วยเสมอ
หลายปีผ่านไป แม่ชีก็ยังคงนำเอาพระพุทธรุปนั้นติดตัวไปกับเธอตลอดเวลา และได้ไปอาศัยอยู่ในวัดเล็๋กๆ ในเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมายในสถูปแต่ละองค์ แม่ชีผู้นั้น ปรารถนาที่จะจุดธุปบูชาพระพุทธรูปทองคำของเธอ แต่ก็ไม่อยากให้กลิ่นหอมของธูปเฉไปยังพระพุทธรูปองค์อื่นๆ ดังนั้น เธอจึงทำกรวยขึ้นมาอันหนึ่ง ใช้เป็นท่อนำควันธูปลอยขึ้นไปสู่พระพุทธรูปที่เป็นของเธอแต่เฉพาะองค์เดียวเท่านั้น การทำเช่นนี้ทำให้จมูกของพระพุทธรูปทองคำองค์นั้น ถูกเขม่าควันจับจนกลายเป็นจมูกสีดำ น่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง