ผู้หญิงกับเซน
"ในเซนไม่มีหญิงไม่มีชาย มีแต่ธรรมชาติล้วนๆ"
ในสังคมทั้งหลาย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ค่านิยมที่กดขี่ผู้หญิงหรือเอารัดเอาเปรียบผู้หญิง มีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา น่าอเนจอนาถใจจริงๆ แทนที่จะเห็นว่าเธอเป็นน้องสาวกลับไปคิดว่าเธอเป็นข้าทาสบริวารผู้รับใช้ ทำไมไม่คิดว่า เธอคือผู้เสริมชีวิตในโลกให้บริบูรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของมนุษยชาติที่สำคัญส่วนหนึ่ง อันจะขาดเสียมิได้
แต่นั่นแหละ เมื่อยังคิดว่ามีหญิง ก็ต้องเกิดการกดหญิงเชิดชายกันอยู่ตลอดเวลา ...แต่ เซน ไปพ้นจากของคู่ต่างๆ เลยไปพ้นจากการยึดติดในเรื่อง หญิง - ชาย เป็นเพียงการกำหนดหมายเพื่อสื่อความกันให้รู้เรื่อง เป็นการแบ่งหน้าที่ของมนุษยชาติเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายแฝงที่จะเอารัดเอาเปรียบสตรีเพศเลยแม้แต่น้อย และการปฏิบัติศาสนกิจของชาวเซนก็เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเท่าๆ กับผู้ชายด้วย
กิโช ได้ออกบวชเป็นแม่ชีเมื่ออายุได้ 10 ขวบ เธอได้รับการฝึกฝนดุจเดียวกันกับที่เด็กผู้ชายได้รับ เมื่อเธออายุได้ 16 ปี เธอได้เดินทางไปศึกษาธรรมกับอาจารย์หลายท่าน จากอาจารย์องค์นี้ไปสู่อาจารย์องค์นั้น เธอไปศึกษาอยู่กับอาจารย์อุนซัน 3 ปี ไปอยู่กับอาจารย์กุเคอิ 6 ปี แต่ก็ยังไม่อาจจะได้รับความเข้าใจที่ชัดเจน (เกี่ยวกับเซนหรือธรรม) ในที่สุด เธอก็ได้ไปหาอาจารย์อิซาน
ท่านอาจารย์อิซานไม่ได้แสดงให้เธอเห็นถึงความแตกต่างอะไรเลยเกี่ยวกับเพศของเธอ (สตรีเพศ) ในการสั่งสอน ท่านด่าเธอด้วยเสียงอันดังลั่นดุจเสียงฟ้าคำราม ท่านเคยฟาดเธอด้วยมือ เพื่อปลุกเเธอให้ตื่นขึ้นสู่ธรรมชาติในด้านในของเธออีกด้วย
กิโซ ได้ศึกษาอยู่กับอาจารย์อิซาน 13 ปี และในที่สุดเธอก็ได้พบกับสิ่งที่เธอเสาะแสวงหา! อาจารย์อิซานได้เขียนบทกวีสรรเสริญเธอไว้ดังนี้ "แม่ชีคนนี้ศึกษาอยู่ 13 ปี ภายใต้การชี้แนะของฉัน. ตอนเย็นเธอขบโกอานบทที่ลึกซึ้งที่สุด, ตอนเช้าเธอก็หมกตัวอยู่กับโกอานอีกบทหนึ่ง. แม่ชีชาวจีนชื่อเตจีมะซึ่งเก่งกว่าเธอ, และนับตั้งแต่มูจาขุมาทั้งหมดก็ไม่ได้เป็นคนจริงยิ่งกว่าเธอ-กิโชคนนี้! แต่นั่นก็ยังมีอีกหลายประตูที่เธอจะต้องผ่านไปให้ได้ตลอด. เธอยังคงน่าจะได้รับกำปั้นเหล็กของฉันเพิ่มเติมอีก."
หลังจากกิโชได้บรรลุธรรมแล้ว เธอได้เดินทางไปยังจังหวัดบังชู และสร้างวัดเซนของเธอเองขึ้นที่นั่น เธอสั่งสอนชีศิษย์อยู่ 200 คน และจากไปในปีหนึ่ง ในเดือนสิงหาคม